อัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา และที่พักอัมพวา พร้อมด้วยนานาสาระมากมายกับ AmphawaGuide.com™
  • facebook

“ทรรศนะอุจาดอัมพวา”บทเรียนที่มีค่าของสังคมไทย

ชูชัยบุรีศรีอัมพวา

ชูชัยบุรีศรีอัมพวา

วันนี้ผมได้มีโอกาสนั่งอ่านบทความจากข่าวของ Manager.co.th เป็นเนื้อหาของข่าวที่มีหัวข้อที่ค่อนข้างแปลก และเป็นคำที่ไม่เคยได้ยิน โดยบทความที่ผมจะพูดถึงนี้ชื่อว่า ”ทรรศนะอุจาดอัมพวา”บทเรียนที่มีค่าของสังคมไทย โดย ปิ่น บุตรี  โดยได้พูดถึงกรณีที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของอัมพวา และกรณีของคุณชูชัย ที่ได้มาปลูกสร้างชูชัยบุรีศรีอัมพวาที่อัมพวา  โดยผู้เขียนได้กล่าวถึงการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงของอัมพวา ที่เริ่มจากเมืองที่มีชีวิตที่เรียบง่าย มีความเป็นวิถีชาวบ้าน และวิถีชุมชนแบบอนุรักษ์ไปสู่เมืองที่กำลังเต็มไปด้วยเศรษฐกิจ และการแข่งขันกันในด้านการค้าขาย  มีการเปลี่ยนแปลงจากการค้าขายอาหาร และผลไม้ของชาวบ้านในอัมพวา กลายเป็นการค้าขายของนักธุรกิจนอกพื้นที่ เพราะสภาพการค้าขายและเศรษฐกิจของตลาดอัมพวา กำลังไปในทิศทางที่ดีจึงเป็นที่ต้องการสำหรับพ่อค้า และนักลงทุนจากภายนอกพื้นที่  โดยเป็นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การลงทุนและมาสร้างชูชัยบุรีศรีอัมพวาที่สร้างความคึกโครมให้กับประชาชนได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงของอัมพวา  ในการสร้างชูชัยบุรีศรีอัมพวานี้ ได้สร้างทรรศนะอุจาด เพราะเป็นการสร้างโรงแรมที่มีรูปร่างและลักษณะ แตกต่างกันกับบ้านเรือน และห้องแถวของคลองอัมพวา  เนื้อหาของบทความนี้ให้เนื้อหาดังนี้

 

กรณี“ชูชัยบุรีศรีอัมพวา” ที่ปรากฏเป็นข่าวโด่งดังจนกลายทอล์คออฟเดอะทาวน์ไปทั่วเมืองเมื่อไม่นานมานี้ คงต้องมองย้อนไปถึงการเติบโตและความเปลี่ยนแปลงของอัมพวา ที่มีผลสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านจากวิถีเมืองใกล้กรุงอันสงบงามมาสู่วิถีของเมืองท่องเที่ยวอันโด่งดังเลื่องชื่อ
โดยทั้งอัมพวา ปาย เชียงคาน ถือว่าเติบโตมาในโมเดลคล้ายๆกัน แตกต่างกันในรายละเอียดเท่านั้น ซึ่งผมไม่อยากให้เป็นแค่กระแสชั่ววูบแล้วเงียบหายต๋อมไปแบบไฟไหม้ฟาง เพราะในอดีตมีเรื่องราวทำนองนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าคนไทยลืมง่าย สุดท้ายเรื่องก็มักจะเงียบหายไป เหมือนกับว่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรเกิดขึ้น

อัมพวาบนความเปลี่ยนแปลง

ความเปลี่ยนแปลงของชุมชนอัมพวา จ.สมุทสงคราม ได้เริ่มเดินเข้าสู่โหมดเมืองท่องเที่ยวอย่างเด่นชัดในราวๆ ปี พ.ศ. 2547 เมื่อเทศบาลตำบลอัมพวากับชาวชุมชนได้ร่วมแรงกันผลักดันโครงการตลาดน้ำยามเย็นขึ้น เพื่อเป็นการรื้อฟื้นวิถีในอดีตที่เคยโดดเด่นของอัมพวา และเมืองแม่กลอง
อัมพวาในยุคนั้นถือเป็นเสน่ห์อันชวนหลงใหลของใครและใครจำนวนมาก โดยเฉพาะชาวกรุงผู้โหยหาอดีต ซึ่งอัมพวามีหลายสิ่งหลายอย่างสนองตอบจริตและรสนิยมของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น เรือกสวนอันร่วมรื่น ต้นไม้สายน้ำ ตลาดน้ำชุมชน(ที่ช่วงนั้นโดดเด่นไปด้วยเสน่ห์ในวิถีพื้นบ้านและวิถีการค้าขายริมน้ำแบบดั้งเดิม เรือนไม้เก่าแก่ริมน้ำอันทรงเสน่ห์ บ้านเรือนทรงไทย ร้านอาหารชาวบ้านอร่อยๆ และอีกหลายสิ่งหลายอย่างในอารมณ์ย้อนยุคสารพัดสารพัน
นอกจากนี้อัมพวายังมีหิ่งห้อยส่องแสงระยิบระยับให้ล่องเรือชมกันในยามค่ำคืน ซึ่งนี่ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ และทำให้เกิดกระแสการเที่ยวชมหิ่งห้อยยามราตรีตามมา

สิ่งต่างๆเหล่านี้นับเป็นแม่เหล็กชั้นดีดึงดูดให้ชาวกรุง วัยรุ่น คนบ้ากล้อง และผู้ที่นิยมในกระแสย้อนยุค นิยมในกระแสโบราณบานบุรี เดินทางเข้ามาเที่ยวอัมพวากันอย่างต่อเนื่อง

แต่สิ่งต่างๆเหล่านี้ก็ทำให้อัมพวาโด่งดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืน เกิดเติบโตทางการท่องเที่ยวอย่างพุ่งพรวดรวดเร็ว

อัมพวาที่เปรียบดังสาวชนบทใสซื่อเริ่มเปลี่ยนเป็นสาวที่มีจริตจะก้าน เมื่อนักท่องเที่ยวยิ่งเข้ามาเยอะ เม็ดเงินยิ่งเข้ามาเยอะ แนวคิดดั้งเดิมของเทศบาลที่วางไว้ตั้งแต่การเปิดตลาดน้ำในปี 47 ซึ่งกำหนดกติกาให้ผู้ขายสินค้าในตลาดน้ำอัมพวา และร้านค้าสองฝั่งคลอง จะต้องเป็นคนอัมพวา สินค้าที่นำมาขายต้องเป็นสินค้าของอัมพวา ราคาสินค้าต้องขายในราคาอัมพวา ได้เปลี่ยนไป กลายเป็นการเปิดช่องให้นายทุนต่างถิ่นเข้ามาลงทุน

จากนั้นเรือนแถวไม้ของชาวบ้านหลายหลัง ได้แปรสภาพเป็นบ้านเรือนร้านรวงตกแต่งสีฉูดฉาดตามรสนิยมคนกรุง อาคารบ้านเรือนหลายแห่งแปรเปลี่ยนเป็นโฮมเสตย์ โรงแรม ที่พัก พร้อมกับราคาที่พักที่ถีบตัวสูงขึ้นตามต้นทุนและปัจจัยประกอบอื่นๆ อาคารไม้หลายหลังกลายเป็นร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก ที่ส่วนใหญ่แล้วดูเหมือนๆกันทั้งประเทศ เรือแจวพาชมหิ่งห้อยเปลี่ยนเป็นเรือเครื่องเพราะมีนักท่องเที่ยวมาเป็นจำนวนมาก เรือเครื่องจุคนได้มากกว่า สะดวกรวดเร็วกว่า และทำรอบได้ดีกว่า

เมื่อนักท่องเที่ยวมาก คนมาก หิ่งห้อยกลับยิ่งลดลง แถมซ้ำร้ายยังก่อให้เกิดความรำคาญกับชาวบ้านหลายๆคนที่อยู่ในเส้นทาง ถึงขนาดตัดรำคาญด้วยการฟันต้นลำพูทิ้งมันซะเลย เพื่อจะได้ไม่มีหิ่งห้อยให้คนมาดูรบกวนการพักผ่อนของพวกเขา เกิดเป็นรอยปริร้าวในชุมชนขึ้นมา

ทรรศนะอุจาด

ความเปลี่ยนแปลงของอัมพวา ไม่ได้เกิดเฉพาะทางกายภาพเท่านั้น แต่มันได้เกิดกับวิถีชุมชน และทำให้คนในเริ่มเปลี่ยนหน้ากลายเป็นคนนอก เพราะมีนายทุนจากต่างถิ่นก็ทยอยกันเข้ามา เพราะกลิ่นธุรกิจท่องเที่ยวที่อัมพวามันช่างหอมยั่วยวนนัก โดยหนึ่งในทุนต่างถิ่นที่เข้ามาในอัมพวาและเกิดเป็นข่าวโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้ก็คือ “ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ” นักธุรกิจเพชรชื่อดัง ที่ใช้เงินซื้อที่ริมน้ำพร้อมทำการรื้ออาคารเรือนไม้เก่า เพื่อสร้างโครงการ “ชูชัยบุรีศรีอัมพวา(รีสอร์ท แอนด์ สปา)”

“ชูชัยบุรีศรีอัมพวา” เป็นโรงแรมหรู 4 ดาว ที่จะแล้วเสร็จในอีกไม่นานนี้ ซึ่งสำหรับโครงการนี้เมื่อแรกก่อสร้างก็ตกเป็นข่าวบ้าง แต่ไม่เกิดเป็นกระแสฮอตฮิตเท่าหลังโครงการใกล้จะแล้วเสร็จ
ซึ่ง หากจะพูดกันในแง่กฎหมายแล้ว ชูชัยไม่ได้ทำผิดกฎหมาย โดยอดีตนายกเทศมนตรีตำบลอัมพวา นายพัชโรดม อุนสุวรรณ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อมวลชนว่า เหตุที่เขาต้องให้อนุญาตในการอนุมัติโครงการเพราะผู้ร้องขอสร้างอาคารทำถูกต้องตามกฎระเบียบ เพราะกฎหมายเปิดช่องไว้

แต่เรื่องนี้ที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมา เพราะหนึ่ง โครงการนี้ได้รื้ออาคารเรือนไม้เก่าส่วนหนึ่งที่ถือเป็นอัตลักษณ์ของอัมพวาทิ้งไป ส่วนอีกเรื่องหนึ่งก็คือการสร้างอาคารที่มีรูปทรงหน้าตาประดักประเดิดดูผิดที่ผิดทาง ไม่กลมกลืนกับกลุ่มอาคารท้องถิ่นและไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมขอชุมชนอัมพวา

สำหรับในประเด็นอาคารที่สร้างไม่กลมกลืนกับสภาพพื้นที่ สภาพแวดล้อม หลุดโดดดูผิดที่ผิดทาง ผิดกาลเทศะ ผิดถิ่นผิดฐานนั้น เพื่อนผมที่เป็นสถาปนิกมันบอกว่าในทางวิชาการเขาเรียกว่า “ทรรศนะอุจาด”
บ้านเรือนหลายหลังแปรสภาพเป็นร้านขายของสำหรับนักท่องเที่ยว

ทรรศนะอุจาด ศัพท์คำนี้ ท่านอาจารย์ แสงอรุณ รัตกสิกร ได้เขียนไว้ในบทความ “ทรรศนะอุจาด” ในหนังสือ “ตึก ต้นไม้ และแสงอรุณ โลกทัศน์ของสถาปนิก” ว่า

…มลภาวะทางสายตา ซึ่งตรงกับคำศัพท์อังกฤษว่า Visual Pollution เป็นคำที่บัญญัติขึ้นใหม่เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา ซึ่งมีสภาพทรุดโทรมในความงามของบ้านเมืองและสภาพธรรมชาติแวดล้อม คำนี้อาจจะยาวยืดยาด จึงขอใช้ศัพท์ของตัวเองว่า ทรรศนะอุจาด… (ตัวสะกดอ้างอิงจากหนังสือเล่มเดียวกันนี้)

ในบทความนี้ อ.แสงอรุณ ยังได้พูดถึงเรื่องทรรศนะอุจาดที่เกิดขึ้นในเมืองเชียงใหม่อย่างถึงกึ๋น (ใครสนใจคงต้องไปเสาะหาหนังสือเล่มนี้ตามห้องสมุดใหญ่ๆมาอ่านเอาเอง)

หนังสือเล่มนี้พิมพ์ครั้งแรกตั้งแต่เดือน มกราคม ปี พ.ศ. 2530 มาวันนี้เรื่องราวทรรศนะอุจาดในบ้านเราที่ อ.แสงอรุณ ทักท้วงมากว่า 25 ปี หาได้ดีขึ้นไม่ หากมีแต่จะดูแย่ลงไปเรื่อยๆ

เคารพท้องถิ่น

เรื่องทรรศนะอุจาดของโครงการชูชัยบุรีฯที่เกิดขึ้นในอัมพวานั้น ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ในเรื่องการเคารพในท้องถิ่นตามมา โดย อ.สุวิทย์ วงศ์รุจิราวาณิชย์ แสดงทัศนะ(บางตอน)ไว้ในบทความ “อัตลักษณ์ท้องถิ่น ภูมิปัญญาที่นักออกแบบไม่ควรมองข้าม” ที่ลงใน นสพ. กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 10 ก.ย. 55 ว่า

…นักสร้างสรรค์มักจะหลงลืม การศึกษาถึงรูปแบบอัตลักษณ์ที่นักออกแบบกำลังทำงานอยู่ ถามว่า “ทำไมต้องสนใจในอัตลักษณ์” คำตอบง่ายๆก็คือ อัตลักษณ์คือสิ่งที่สะท้อนถึงวัฒนธรรม และรากเหง้าของสิ่งที่ตนเองทำงานอยู่…ถ้าเราออกแบบงานสถาปัตยกรรม สิ่งสำคัญก็คือ เราจะต้องศึกษาถึงภูมิประเทศ รูปแบบอาคาร รูปแบบวิถีชีวิตของชุมชน ฯลฯ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ก่อสร้างอาคารด้วย เพื่อเป็นข้อมูลในการออกแบบพัฒนารูปแบบของอาคารให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของชุมชนนั้นๆ…
ด้าน สุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ให้ความเห็นไว้ในบทความ “พัฒนาเมืองอัมพวา ส.ว.ให้เคารพท้องถิ่น” (นสพ.ไทยรัฐ-10 ก.ย. 55) ว่า…

…การพัฒนาแม่กลอง อยากให้คนแม่กลองมีส่วนร่วม มีส่วนดูแลบ้านเมืองของตัวเอง เราไม่ได้ต้องการตัดสินถูกผิดอะไร แต่อยากให้ชาวบ้านรู้สึกว่าเป็นธุระของเราทุกคน เราต้องช่วยกันดูแลบ้านเมือง

สำหรับคนที่เข้ามาลงทุนในแม่กลอง ผมอยากให้ศึกษาความเป็นพื้นถิ่นให้ดี ให้เคารพต่อภูมิปัญญาของคนแม่กลอง ว่ามีตัวตนที่แท้จริงอย่างไร เพื่อจะได้อยู่ให้สอดคล้องกัน เมืองเราเป็นเมืองสันโดษ สมถะ เรารักษาตัวตนมาได้ช้านาน เมื่อเข้ามาทำอะไรก็อยากให้มีความเคารพยำเกรง…

ขณะที่ ธีรภาพ โลหิตกุล ช่างภาพและนักเขียนสารคดี หนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในปรากฏการณ์อัมพวา ได้ให้ทัศนะต่อเรื่องนี้ไว้ในเฟซบุ๊คของเขาสรุปความว่า คุณค่าแห่งอัตลักษณ์หรือสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมท้องถิ่นต้องได้รับการคุ้มครอง,การพัฒนาสู่ความทันสมัยต้องไม่ทิ้งรากเหง้าที่งดงามแต่เก่าก่อน,กฎหมายผังเมืองต้องคุ้มครองพื้นที่อนุรักษ์ทางวัฒนธรรมอย่างจริงจัง และเมื่อรวยแล้วต้องมีสำนึกทางวัฒนธรรมด้วย

นอกจากนี้ธีรภาพยังให้เขียนไว้ในคอลัมน์ท่องไปกับใจตน ตอน “เหตุเกิดอัมพวา ถวิลหาอินเล”(นสพ.คมชัดลึก- 9 ก.ย. 55) ว่า

…ไม่มีใคร “แช่แข็ง” อัมพวาไว้ได้ อัมพวาต้องเปลี่ยนไป แต่จะเปลี่ยนอย่างไรโดยไม่ไร้ราก การรณรงค์ไม่ให้รื้อเรือนแถวไม้ชายน้ำ 12 หลัง ที่อยู่ใกล้โรงแรมหรูห้าดาว มิได้หมายถึงการปล่อยให้มันอยู่อย่างโทรมๆ เหมือนแต่ก่อน หากแต่เป็นสัญลักษณ์ว่า เราไม่เห็นด้วยกับการพัฒนาอัมพวาไปในทิศทางนั้น อันเป็นทิศทางแห่งการทำลายอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่นอัมพวาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆ ที่แบบอย่างการอนุรักษ์และพัฒนาชุมชนวัฒนธรรมเก่าแก่ มีให้ศึกษาเรียนรู้มากมาย ใกล้ที่สุด คือ แนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาอัมพวาของ “โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์” ที่ได้รางวัลชมเชยด้านการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จากองค์การยูเนสโก ปี 2551 อีกทั้งแผนแม่บทตามแนวทางการควบคุมภูมิทัศน์สำหรับคลองอัมพวา ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ทำไว้แล้วตั้งแต่ปี 2546 ก็มี อยู่ที่ว่า…ผู้ที่รักอัมพวาจนน้ำตาไหลจะสนใจไปศึกษาเรียนรู้หรือเปล่าเท่านั้น!

นี่คือทัศนะที่บอกกล่าวให้นักลงทุนทั้งหลายเคารพในท้องถิ่น ซึ่งสำหรับโครงการชูชัยบุรีฯนั้น หากนายชูชัยมีสำนึกรักในชุมชนอัมพวาจริงอย่างที่ให้สัมภาษณ์ไว้ในสื่อต่างๆจริง เขาสามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้ด้วยการปรับแบบปรับหน้าตาภายนอกของอาคารให้ออกมาสอดคล้องสอดรับกับสภาพพื้นที่เท่าที่จะทำได้(แม้จะสามารถปรับหน้าตาได้ไม่มากก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลย)

ขณะที่โครงการลานศิวลึงค์นั้นก็คงต้องทบทวนกันใหม่ หากจะสร้างต่อก็คงต้องทำสำรวจความคิดเห็นจากชุมชน และเมื่อได้สร้างจริงก็ต้องทำออกมาให้ไม่แปลกแยกจากชุมชน และมีความสอดคล้องกลมกลืนกับสภาพพื้นที่มากที่สุด

เพราะนั่นจะเป็นบทพิสูจน์ว่านายชูชัยรัก มีเจตนาที่ดี และมีความจริงใจต่ออัมพวาจริง ไม่ใช่รักอัมพวาแค่เฉพาะการออกต่อหน้าสื่อเท่านั้น

บทเรียน

ในกรณีปรากฏการณ์อัมพวานั้น ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเมืองไทย หากแต่เป็นเรื่องเดิมที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในหลายๆเมืองที่พลิกวิถีเปลี่ยนจากเมืองอันสงบงามมาเป็นเมืองท่องเที่ยว

อันส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายสิ่งหลายอย่างตามมา ซึ่งธีรภาพได้แสดงทัศนะในกรณีปรากฏการณ์อัมพวา ว่า

…เรื่องดำเนินมาไกลจนยากจะกลับไปที่จุดเริ่มต้น…หนทางที่เหลืออยู่คือแปรคราบน้ำตาให้เป็น “บทเรียน” ไว้เป็นภูมิคุ้มกัน ไม่ให้เกิด อัมพวา 2-3-4-5 ต่อๆไป…

ที่มา : http://www.manager.co.th/travel/ViewNews.aspx?NewsID=9550000112983&CommentReferID=21968983&CommentReferNo=4&

 

 

Google+

ห้องแถวไม้อัมพวา สง่าใต้ร่มพระบารมี

หลังจากในช่วงที่ผ่านมาอัมพวาที่เราได้ยินมามีแต่ข่าวที่ค่อนข้างน่าใจหาย หรือข่าวที่ทำให้เรารู้สึกหดหู่หรือรู้สึกไม่ดี แต่วันนี้ Blog AmphawaGuide ขอนำข่าวของวันที่ 18 กันยายน โดยหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ มาให้อ่านกันครับ เป็นข่าวที่เกี่ยวกับห้องแถวไม้ 2 ฝั่งคลองอัมพวาที่เห็นกันครับ โดยเป็นการสัมภาษณ์ของชาวบ้านที่เป็นผู้ที่เช่าบ้านอยู่ตรงแถวนั้น โดยชายที่ได้รับสัมภาษณ์ ผมได้เคยเห็นคุณลุงอยู่แถวนั้นตั้งแต่ผมเกิด ซึ่งคุณลุงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายตามวิถีชีวิตของชาวบ้านอัมพวา มาวันนี้แกมีอะไรในใจ เกี่ยวกับการรื้อถอนห้องแถวเรามาอ่านกันครับ

เสน่ห์อัมพวานอกจากความร่มรื่นของเรือกสวน ยังมีห้องแถวรายเรียงริมคลอง ฉายภาพชีวิตสงบงามมาแต่อดีต และยังไหวเต้นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

กลิ่นอายวิถีชีวิตชาวบ้าน เหนือระลอกคลื่นน้ำในลำคลอง สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้เยี่ยมเยือนได้จารจำ ยิ่งวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์จักคลาคล่ำไปด้วยผู้คน ส่วนในวันหยุดผู้คนจะบางตา เผยเสน่ห์ให้ผู้ใฝ่หาความสงบงาม สัมผัสความเป็นอัมพวาอีกมุมหนึ่ง

ก้าวช้าๆไปบนทางเดินหน้าห้องแถว เลาะเลียบเสพเสน่ห์ห้องแถวริมน้ำมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องแถวห้องหนึ่ง ชายชรากำลังก้มๆเงยๆอยู่คนเดียว ท่านส่งยิ้มทักทาย เราจึงเริ่มต้นเสวนา เพื่อเรียนรู้ซึ่งกันและกันอย่างไมตรี

 “ผมอยู่มาตั้งแต่ค่าเช่าห้องเดือนละ 300 บาทครับ ปัจจุบันเดือนละ 1,500 บาทแล้ว” ชายชราบอก

หลังพูดคุยกันอย่างออกรส ท่านฉายอดีตให้ฟังว่า เมื่อประมาณ 30 ปี ในห้องแถวรายเรียงริมคลองเต็มไปด้วยคนเช่าอาศัย ผู้เช่ามักมีรายได้น้อย ส่วนเจ้าของเป็นผู้มีฐานะดี แต่ทั้งเจ้าของและผู้เช่าห้องแถว ต่างรู้จักมักคุ้นกับท่านเป็นอย่างดี

ช่างตี๋ หรือชูชาติ ล้อแก้วมณี อยู่ห้องแถวริมคลองอัมพวามากว่า 30 ปี เดิมยึดอาชีพช่างไฟฟ้าของชุมชน เนื่องจากความร่วงโรยของสังขาร และความเปลี่ยนแปลงที่กรายเข้ามา จึงหันมาค้าขายเล็กๆน้อยๆพอเลี้ยงชีพ

“เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทำแล้วช่างไฟ วันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ก็ทำขนมโบราณขายหน้าบ้าน คนเช่ารุ่นๆเดียวกับผมเขาออกไปข้างนอกกันเยอะแล้ว ให้คนอื่นเช่าต่อ”
เจ้าถิ่นพรายยิ้มก่อนบอกว่า ปัจจุบันเจ้าของห้องแถวส่วนใหญ่เป็นรุ่นลูก รุ่นหลาน แต่ละคนประกอบอาชีพดี มีไม่น้อยย้ายไปอยู่ในกรุงเทพฯ ส่วนห้องแถวก็ขายต่อ หรือไม่ก็เปิดให้คนเช่าต่อไป คนที่เช่านั้นมีทั้งคนเช่าเดิมและคนที่เข้ามาเช่าอยู่ใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่อัมพวาคืนชีวิตชีวาใหม่อีกครั้ง

ห้องของลุงตี๋หน้ากว้างประมาณ 3 เมตร หันเข้าหาคลองเหมือนกับห้องอื่นๆ ด้านหลังบ้านติดกับสวนขนาดใหญ่ ร่มรื่น ก่อนหน้านี้ลุงแทบไม่คาดฝันว่าจะได้อยู่ห้องนี้ต่อไป เพราะเจ้าของเดิมคือ ป้าประยงค์ นาคะวะรังค์ ได้น้อมเกล้าฯถวายที่ดินและห้องแถวไป

สืบมา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  มีพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา นำที่ดินซึ่งมีทั้งหมด 21 ไร่ 12 ตารางวาที่ได้รับ มาพัฒนาให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนริมสองฝั่งคลองให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในสถานที่เก่า อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตดั้งเดิมไว้ให้คนรุ่นหลัง และนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชม

การพัฒนาจึงเกิดขึ้นภายใต้โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ พื้นที่ในโครงการมีทั้งสวนผลไม้และห้องแถวทั้งหมด 31 ห้อง

ห้องแถวแม้จะปรับปรุงใหม่ แต่ยังรักษารูปแบบเดิมไว้เป็นอย่างดี มองจากภายนอกแล้วแทบไม่รู้สึกเลยว่าผ่านการปรับปรุงให้มั่นคงแข็งแรงมาแล้ว คนที่เช่าห้องแถวอยู่ดั้งเดิมทางโครงการให้ย้ายออกไประหว่างการปรับปรุง ครั้นปรับปรุงเสร็จก็ให้กลับเข้ามาอยู่ได้เหมือนเดิม ลุงตี๋ก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

 “ผมดีใจมากที่ได้กลับมาอยู่ที่เดิม ระหว่างการซ่อมห้องแถวท่านให้เราออกไปชั่วคราวก่อน เมื่อซ่อมเสร็จก็ให้กลับมาเช่าอยู่ได้ตามเดิม” การซ่อมแซมห้องแถว “ผมว่า การพัฒนาห้องถ้าทำแบบเก่าก็จะเป็นระเบียบดี เวลามีงานเขาเปิดไฟกลางคืนสวยมาก แต่ถ้าเป็นตึกแท่งๆโด่เด่ขึ้นมา ผมว่าดูไม่เรียบร้อย” ลุงตี๋บอกเสียง

ที่มา : http://www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/291643

 

แล้วมาพบกับข่าวสาร และสถานที่ท่องเที่ยวอัมพวา  รวมทั้งที่พัก โฮมสเตย์ รีสอร์ทราคาพิเศษต่างๆมากมายที่ AmphawaGuide.com ครับ

 

Google+

“อัมพวาหาย”

วันนี้ Blog AmphawaGuide.com มีงานประชาสัมพันธ์มานำเสนอให้กับท่านผู้อ่านที่สนใจจะมาท่องเที่ยวอัมพวา ในบรรยากาศแบบธรรมชาติที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันวันนี้ กับงานนิทรรศการศิลปะที่ชื่อว่า”อัมพวาหาย” หากฟังดูจากชื่อแล้วอาจจะเกิดข้อสงสัยกับชื่อที่เป็นคำถามว่าอัมพวา ในวันนี้ยังคงความงดงามอยู่หรือไม่ หากงดงาม งดงามอย่างไร ยังมีมนต์เสน่ห์คงเดิมหรือไม่ ส่วนอัมพวาหาย มีอะไรหายไปจากอัมพวา หรืออัมพวาของคนไทยกำลังจะหายไป ซึ่งงานนี้ได้จัดขึ้นในวันที่  15-23 กันยายน 2555 นี้ ณ ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยงานนิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็น เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดน้ำอัมพวา ให้เป็นบทเรียนหรือข้อเสนอแนะแก่สังคมวงกว้างในด้านการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาปกป้องรักษาท้องถิ่น

ภาพประชาสัมพันธ์งานอัมพวาหาย และงานโอ อัมพวา นี่หนางามจริง...หรือ?

ภาพโปสเตอร์การประชาสัมพันธ์งานโอ อัมพวา นี่หนางามจรง…หรือ? และงานนิทรรศการภาพถ่าย”อัมพวาหาย”

 

ที่มา : http://www.facebook.com/PrachakhmKhnRakMaeKlxng

อย่าลืมนะครับ มาเที่ยวกัน และมาชมนิทรรศการภาพถ่ายสวยๆ และแวะมาเที่ยวที่ตลาดน้ำอัมพวากันต่อ และมาตามหาคำตอบกันครับ กับที่เค้าว่า”อัมพวาหาย” มีอะไรหายไปจากอัมพวา และอัมพวาหายไปไหน แต่ Blog AmphawaGuide.com เชื่อว่า “อัมพวา”ไม่สามารถเลือนหายไปจากชาวบ้าน2 ริมฝั่งคลองอัมพวาไปอย่างแน่นอนครับ

สามารถพบกับข่าวสารอัมพวา และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอัมพวาได้ที่ Blog แห่งนี้ครับ

Google+

AmphawaGuide.com

เว็บไซต์ AmphawaGuide.com ที่ทุกๆท่านได้เห็นอยู่นี้ จริงๆแล้วมีที่มาครับ อาจจะไม่ได้มีที่มาที่แปลก หรือแตกต่างกับเว็บไซต์อื่นๆอะัไรมากนัก แต่เว็บไซต์นี้ได้เกิดจากความตั้งใจอันมุ่งมั่นของทีมงาน และความต้องการนำเสนอข่าวสาร และเรื่องราวต่างๆ, ประวัติ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆของอัมพวา รวมทั้งที่พัก รีสอร์ท โฮมสเตย์ต่างๆ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประชาสัมพันธ์ให้กับชาวอัมพวา ได้เป็นการเผยแพร่ให้กับผู้ชมเว็บไซต์ได้เข้าถึงและสั่งจองที่พักอัมพวา

เว็บไซต์ AmphawaGuide.com ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงเดือนธันวาคม ปี 2553 โดยก่อตั้งขึ้นจากทีมงานที่เป็นคนอัมพวาอย่างแท้จริงโดยกำเนิด ซึ่งอาจจะแตกต่างกับเว็บไซต์อื่นๆ ที่เป็นผู้ที่มาต่างถิ่น แล้วเกิดความประทับใจในอัมพวาจึงกลับไปทำเว็บไซต์  โดยทีมงาน AmphawaGuide.com ได้เห็นว่า อัมพวาเป็นอำเภอเล็กๆที่เป็นเอกลักษณ์ในหลายๆด้านที่น่าสนใจ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวจากในประเทศ และต่างประเทศ และกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายๆด้าน ทางทีมงาน Amphawaguide.com จึงต้องการนำเสนอมุมมองของคนอัมพวา ข้อมูลการท่องเที่ยว และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตลาดน้ำอัมพวา, อุทยาน ร.2, โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์, ค่ายบางกุ้ง และอีกหลากหลายสถานที่ท่องเที่ยวอัมพวา  รวมทั้งทาง AmphawaGuide.com ได้มองเห็นว่า อัมพวามีที่พักหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรีสอร์ทอัมพวา, โฮมสเตย์อัมพวา อยู่เป็นจำนวนมากอยู่ในพื้นที่ ทางทีมงานจึงมีความต้องการให้เว็บไซต์ เป็นแหล่งศูนย์รวมของการจองที่พักอัมพวาทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวก และให้บริการกับผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ได้เลือกดูข้อมูล เพื่อประกอบการตัดสินใจในการเข้าพัก และสั่งจองห้องพัก และมีวัตถุประสงค์คือ ต้องการเป็นแหล่งประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ประกอบการที่พักอัมพวา และผู้ประกอบการค้าขายสินค้า และอาหารในตลาดน้ำอัีมพวา และทุกๆร้านค้าในอัมพวา

ในส่วนของ Blog อัมพวาไกด์ดอทคอม จะเป็นส่วนที่นำเสนอข้อมูล และข่าวสารในด้านต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับอัมพวา และข่าวสารของจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเป็นการ Update ข้อมูล เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวของทางเว็บไซต์ ให้ทันกับยุค ทันสมัยกับข่าวคราวของอัมพวา และจังหวัดสมุทรสงคราม รวมทั้งขอเป็นอีกพื้นที่อีกส่วนหนึ่งเพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับองค์กร หรือหน่วยงาน เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสารของอัมพวา และในส่วนของจังหวัดสมุทรสงคราม หากต้องการส่งข้อมูลเพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวสาร สามารถติดต่อ และส่งข้อมูลข่าวสารได้ที่ contact@amphawaguide.com

Google+