อัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา และที่พักอัมพวา พร้อมด้วยนานาสาระมากมายกับ AmphawaGuide.com™
  • facebook

หลังจากที่ห่างหายไปจากการเขียน Blog อัมพวาไกด์ไปนานมาก ด้วยสาเหตุนานาประการที่ไม่สามารถแก้ตัวได้ วันนี้ผมได้อ่านข่าวที่ผมเห็นเป็นเีรื่องที่สะดุดตามาอยู่นานแล้วที่อัมพวา ในบริเวณของที่ขายของในตลาดน้ำอัมพวา คือ บรรดาร้านขายไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่างๆที่กำลังขยายจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถพบเห็นได้ทั้ง 2 ฝั่งนี้ โดยผมได้อ่านข่าวหนึ่งที่เป็นการรับเรื่องร้องเรียนจากทางนักท่องเที่ยวที่ต้องการให้มีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบกับร้านค้าที่วางขายเครื่องดื่มเหล่านี้ ได้มีใบอนุญาตหรือไม่ หรือมีการขายตามกฏระเบียบหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขายเครื่องดื่มเหล่านี้ให้กับเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ซึ่งขัดต่อกฏหมายของบ้านเรา โดยล่าสุดทางหน่วยงานราชการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในประเด็นดังกล่าวก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ และช่วยกันรณรงค์กับร้านค้าผู้ขายของเหล่านี้ช่วยกันดูแลการวางขายเครื่องดื่มเหล่านี้ในตลาดน้ำอัมพวากัน

หวังว่าผู้อ่าน และผู้ที่เดินทางท่องเที่ยวอัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา โดยเฉพาะชาวอัมพวา คงอยากเห็นตลาดน้ำอัมพวา เป็นสถานที่เป็นแหล่งขายเครื่องดื่มแอลกฮอล์กันครับ ช่วยกันนะครับ

 

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่วางขายกันเกลื่อนตลาดอัมพวา

เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่วางขายกันเกลื่อนตลาดอัมพวา

 

 

Google+

กิจกรรมอบรมมัคคุเทศก์น้อยประจำโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์

วันนี้ Blog อัมพวาไกด์มีข่าวของกิจกรรมดีดีมาถ่ายทอดให้กับทางผู้อ่านได้ชมกันครับ เมื่อวัน 16-18 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ได้มีหารจัดอบรมมัคคุเทก์น้อยประจำโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ โดยกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นมาเพื่อให้เยาวชนได้รู้ที่มาของท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยุ รู้จักวัฒนธรรม และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นของตน โดยกิจกรรมนี้ได้มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 39 คนได้มาเข้าร่วมเป็นการสานต่อจากโครงการที่โครงการชัยพัฒนานุรักษ์ ได้จัดกิจกรรมการอบรมสานในมะพร้าว หรือทางมะพร้าวให้กับครูโรงเรียนต่างๆที่ผ่านมา นอกจากกิจกรรมอบรมมัคคุเทศก์น้อยนี้ได้ให้นักเรียนได้รู้จักประวัติที่มาของชุมชนแล้ว ยังประกอบไปด้วยการพานักเรียนไปเดินศีกษาเส้่นทางการท่องเที่ยวบริเวณริมคลองอัมพวา ไม่ว่าจะเป็นบ้านขุนนิกร, ร้านสวรรค์โอสถ 2, โรงเจฯ, บ้านบุปผารีสอร์ท, ร้านเฮงกี่, ร้านสมานการค้า, และอีกหลากหลายร้าน ปิดท้ายด้วยการให้น้องๆมัคคุเทศก์มาเล่าเรื่องราว และความรู้สึกจากการได้เดินลงพื้นที่เยี่ยมชมท้องถิ่นและร่วมถ่ายรูปที่ระลึกกัยวิทยากร

ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว :  www.chaipat.or.th

Google+

โครงการชูชัยอัมพวายังไม่ทำอีไอเอ

หลายๆคนที่ยังติดตามข่าวคราวความคืบหน้าของชูชัยบุรีศรีอัมพวา ว่าเป็นอย่างไรบ้างไปถึงไหนแล้ว วันนี้ Blog อัมพวาไกด์มีความคืบหน้าของโครงการนี้มาให้ทราบกันครับว่ามีความคืบหน้าอย่างไรแล้ว โดยมีเนื้อหาเกีี่ยวกับการทำอีไอเอ

การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เกษตรและสหกรณ์วุฒิสภาที่มีนาย บุญส่ง โควาวิสารัช ส.ว.แม่ฮ่องสอนเป็นประธานพิจารณาเรื่อง โครงการก่อสร้างโรงแรมชูชัยบุรีศรีอัมพวา ของนายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของธุรกิจค้าอัญมณี ซึ่งมีปัญหาการก่อสร้างที่มีชาวบ้านและกลุ่มนักอนุรักษ์ในพื้นคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง

น.ส.ภัทรพร อภิชิต บรรณาธิการนิตยสารมนต์รักแม่กลอง ในฐานะตัวแทนประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้มีวัฒธรรมความเป็นอยู่ที่เป็นเอกลักษณ์ในตัวของอำเภออัมพวาไม่ควรที่ภาคเอกชนจะเข้ามาประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่นำความเจริญเข้ามา เพราะจะทำให้เสน่ห์ของอัมพวานั้นหายไป

ด้าน นายสวัสดิ์ กิจจามัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสงคราม ให้ข้อมูลว่า โครงการก่อสร้างโรงแรมชูชัยบุรีศรีอัมพวานี้ยังไม่ได้หน่วยงานทางราชการลงไปสำรวจและศึกษาว่าจะมีผลกระทบต่อทรัพยากรโดยรอบหรือไม่ โดยเฉพาะการทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)จากสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสงคราม เช่นเดียวกับไม่ได้มีการติดต่อจากทางเทศบาลตำบลอัมพวาเพื่อยื่นเรื่องที่จะให้องค์กรเข้าไปตรวจสอบ ดังนั้น เมื่อมีปัญหานี้ซึ่งทางองค์กรก็ต้องหันกลับมาดูกันว่าโครงการนี้มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติโดยรอบอัมพวามากน้อยเพียงไร

ขณะที่ นายชูชัย ผู้ลงทุนและเจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมชูชัยบุรีศรีอัมพวา กล่าวว่า ต้องการเข้าไปพื้นฟูพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบเพื่อให้ชาวบ้านมีการกระจายสินค้าและรายได้ที่เพิ่มขึ้น และพร้อมรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในชุมชนว่าต้องการจะให้ก่อสร้างแบบใดเพื่อไม่ให้กระทบต่อทรัพยากรและวัฒนธรรมชุมชน

อย่างไรก็ตามนาย บุญส่ง โควาวิสารัช กล่าวว่า ยังมีเรื่องที่หลายเรื่องที่ฝ่ายต่างๆจะต้องลงไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้องต่อทรัพยากรธรรมชาติและชุมชน รวมไปถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างความเจริญที่จะเข้ามากับวิถีชีวิตของคนในชุมชนแบบเดิม แต่ถ้าไม่ได้ข้อสรุปก็คงต้องนำเรื่องเข้าสู่ชั้นในชั้นศาล

 ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว : http://www.posttoday.com

Google+

ในวันลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงของปีนี้ ขอแนะนำสถานที่ที่ลอยกระทงที่น่าสนใจกันดีกว่า หากในปีที่ผ่านมา หลายๆคนคงเคยได้ข่าวกับที่อัมพวามาบ้างว่ามีการลอยกระทงกาบกล้วย แล้วมีภาพที่สวยงามเพียงใด หลายๆคนคงเคยได้ชมกันมาแล้ว ส่วนในปีนี้หากหลายๆคนที่พลาดกับการได้ลอยกระทงกาบกล้วยของปีที่แล้ว สามารถมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลอยกระทงกาบกล้ยนับแสนกันที่อุทยาน ร.2 ดีกว่าครับ

งานลอยกระทงปีนี้่จะตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่อุทยาน ร.2 ใกล้กับตลาดอัมพวา โดยงานนี้จะจัดขึ้นติดต่อกันเป็นหลายปี มีนักท่องเที่ยวมากมายเข้าชมงาน เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลอยกระทงกาบกล้วยนับแสนใบ นอกจากจะลอยกระทงกาบกล้วยแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่อุทยานร.2 เช่น การร่วมรำวงย้อนยุคแบบโบราณ, การร่วมลีลาศรำวงกับวงสุนทราภรณ์ วงใหญ่, การแสดงโขน ยุวศิลปิน จากอุทยาน ร.2, การแสดงการละเล่นของเด็ก, การแสดงหุ่นสาย, ร่วมทอดผ้าป่าทางน้ำ และมหรสพต่างๆอีกมากมายภายในงาน

หากใครยังหาสถานที่ลอยกระทงในบรรยากาศแบบไทยๆ ในวันลอยกระทงปีนี้ ลองไปเที่ยวที่อัมพวา อุทยาน ร.2 นะครับ เพื่อที่จะสัมผัสกับบรรยากาศการลอยกระทงกาบกล้วย หรือลอยกระทงสายที่หาดูได้ยากมากในสมัยนี้ และหากได้รูปสวยๆอย่างไรอย่าลืมเอามาแชร์กัน แบ่งปันกันดูรูปสวยๆนะครับ

Google+

ขอเชืญร่วมตักบาตรพระ 299 รูป โดยเรือพาย ที่ตลาดน้ำท่าคา

ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมทำบุญกันครับ โดยงานนี้เป็นการทำบุญตักบาตรพระ 299 รูป ณ ตลาดน้ำท่าคา  ในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555  เวลา 07.00 น. – 08.30 น. สถานที่จัดงาน ที่ตลาดน้ำท่าคา ต. ท่าคา อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม โดยอาหารที่ทางประชาชนตักบาตรพระ 299 รูป จะนำไปช่วยเหลือพระ 323 วัด ในเขตจังหวัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีกส่วนหนึ่งจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งแผ่นดิน งานนี้จัดขึ้นโดย  ศูนย์กัลยาณมิตรสมุทรสงคราม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา

กำหนดการ
07.00 น.     คณะสงฆ์มาถึงพื้นที่ สาธุชนพร้อมในพื้นที่
07.20 น.     ประธานฆราวาสเปิดงาน/จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย/ตัวแทนนำกล่าวแสดงนำเป็นพุทธมามกะ
07.40 น.     คณะสงฆ์รับบาตร
08.30 น.     เสร็จสิ้นพิธี

หากผู้อ่านสนใจจะร่วมทำบุญ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082-3642356, 087-4157282, 088-2277730

สามารถดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : http://news.dmc.tv/ข่าวด่วน/ข่าวประชาสัมพันธ์/ตักบาตรสมุทรสงคราม-พระ-299-รูป-ณ-ตลาดน้ำท่าคา.html

 

Google+

วันนี้ Blog อัมพวาไกด์ดอทคอม มีข่าวเรื่องราว และสถานที่จัดงานขายของถูกมาให้ได้รับทราบกัน โดยในวันนี้ 5 ตุลาคม 2555 รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายอุทาร พิชญาภรณ์ เป็นประธานในการเปิดงาน งานมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ ไทยช่วยไทยกันได้ที่บริเวณวัดภุมรินทร์กุฏีทอง  ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม งานนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานการค้าภายในจังหวัดสมุทรสงคราม  โดยได้นำสินค้าอุปโภค บริโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีคุณภาพดี ราคาถูก มาจัดจำหน่ายให้ประชาชน โดยตรง เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าครองชีพประจำวัน และค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับชาวบ้าน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระที่ภาครัฐได้ช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่ง หากใครอยู่บริเวณใกล้เคียงก็สามารถไปที่งาน เพื่อจับจ่ายใช้สอยสินค้าราคาถูกที่งานธงฟ้าได้เลยครับ

Google+

 

วันนี้ผมได้เห็นรูปถ่ายจาก Instagram ของเพื่อนที่ได้ไปขายของที่ตลาดอัมพวา โดยเพื่อนผมได้โพสลงมาว่า “อัมพวาน้ำท่วมเบยยย

ซึ่งผมได้ลองสำเกตดูจากรูปเห็นได้ว่าน้ำจากคลองอัมพวา ได้เอ่อล้นขึ้นมา แต่ยังไม่ท่วมดี แค่น่าจะอยู่ระดับเดียวกับพื้นของตลาดอัมพวามากกว่า สาเหตุน่าจะมาจากปริมาณของน้ำฝนที่ตกลงมาใสช่วงบ่ายมากกว่า และผมจึงเริ่มสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของน้ำในคลองของอัมพวาจากแม่น้ำแม่กลองจะเป็นอย่างไรบ้างจนกระทั่งมาพบกับข่าวประชาสัมพันธ์สมุทรสงคราม ซึ่งมีเนื้อหาคือ

สถานการณ์น้ำจากเขื่อนแม่กลองผู้ที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ชลประทานสมุทรสงครามนายสุรพล เขม้นนามัด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสงคราม กล่าวว่าแนวโน้มสถานการณ์น้ำของจังหวัดสมุทรสงครามจากการที่ทางเขื่อนศรีนครินทร์ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนวชิราลงกรณ มีบริมาณรวมกัน440ม/วินาที แต่ในช่วงนี้มีฝนตกมากปริมาณน้ำฝนมากประกอบกับมีปริมาณน้ำจากลำภาชี อ.สวนผึ่งจ.ราชบุรีและปริมาณน้ำจากแม่น้ำลำพะเพินจ.กาญจนบุรี ไหลมารวมกันจึงทำให้มีปริมาณน้ำสะสมก่อนที่จะใหลเข้าสู่เขื่อนแม่กลองในปริมาณมากกว่า 600ม./วินาที เขื่อนแม่กลองควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนลงแม่น้ำแม่กลองให้มีปริมาณน้ำในช่วง600-800 ม/วินาที ในช่วงนี้ อาจจะมีน้ำมากตามร่องสวนประกอบกับเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงจึงมีน้ำสูงเป็นบางช่วงไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2555ในช่วง 03.00-05.00น และช่วงเวลา15.00-18.00น กลุ่มผู้ที่ใช้น้ำตำบลแพรกหนามแดงที่มีผู้ที่ใช้ทั้งน้ำจืดทำนาและน้ำเค็มประกอบอาชีพเลี้ยงปลาสลิตได้มีการเฝ้าระวังการเปิดบานระบายน้ำทุกแห่งเพื่อพร่องน้ำในช่วงที่มีน้ำทะเลลงและจะไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ของชุมชนน้ำจืดและชุมชนน้ำเค็ม อย่างไรก็ตามทางชลประทานขอให้ส่วนราชการส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำตามบริเวณหน้าประตูระบายน้ำให้ช่วยกันกำจัดออกไปเพื่อน้ำจะได้ใหลได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลองที่มีพื้นที่ต่ำเก็บของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัยและเสียหายต่อทรัพสินของทานติดต่อสอบถามสถานการณ์น้ำได้ที่เบอร์ 08194-74646,08487-46219

เห็นข่าวประชาสัมพันธ์นี้แล้วยังไงก็ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ของปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นกันด้วยนะครับ

ขอขอบพระคุณที่มาของข่าวประชาสัมพันธ์ : http://pr.prd.go.th/samutsongkhram/ewt_news.php?nid=1930&filename=index

 

Google+

วันนี้ Blog อัมพวาไกด์ขอนำเสนอความคืบหน้าของกรณีการสร้างชูชัยบุรีศรีอัมพวามาเพิ่มเติมครับ ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลง เชิญอ่านกันเลยครับ

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม กรณีนายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของร้านเพชรชื่อดัง กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา ตั้งอยู่บริเวณตลาดน้ำอัมพวา ถนนเลียบนที ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ที่เคยถูกชาวบ้านบางกลุ่มในพื้นที่คัดค้าน กระทั่งมีการประชุมของกลุ่มประชาชนชาวอัมพวา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยที่ประชุมซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน ต่างเห็นด้วยกับโครงการ พร้อมกับนำแบบชูชัยบุรีทั้ง 6 แบบ มาให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้เลือกที่จะนำมาเป็นแบบก่อสร้างตามโครงการ โดยกลุ่มลงมติเลือกแบบที่ 5 เป็นลักษณะอาคารที่มีความเป็นไทยมากขึ้น หลังคาทรงเรือนไทย รวมทั้งการปลูกต้นไม้ไว้ด้านหน้าให้มากขึ้นเหมือนลักษณะบ้านริมคลอง โครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวาพร้อมจะทุบตึกโรงแรมในโครงการออก 1 ชั้น ให้เหลือ 3 ชั้น และจะบูรณะบ้านไม้เดิมจำนวน 12 หลัง ให้เสร็จก่อนวันที่ 5 ธันวาคมนั้น

นายชูชัยได้กล่าวว่า มีการประชุมกับทีมงานและคุยเรื่องแบบก่อสร้างกับสถาปนิก ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่า จะทุบตึกและบูรณะบ้านไม้ 12 หลังวันไหน เนื่องจากต้องหาผู้รับเหมาใหม่ ซึ่งผู้รับเหมาเดิมหมดสัญญาลงแล้ว แต่ที่คุยกันคร่าวๆ โครงการชูชัยบุรีเฟสแรกช่วงบริเวณริมน้ำจะมีบ้านไม้ 12 หลัง จะเสร็จใน 6 เดือนนี้ ส่วนตัวโรงแรมที่จะต้องทุบออก 1 ชั้น จะเสร็จภายใน 18 เดือนนับจากนี้

ด้านนายศิริวัฒน์ คันธารส ประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวถึงการปรับปรุงโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา ที่เคยถูกชาวบ้านบางกลุ่มคัดค้านการก่อสร้างโครงการว่า ได้มีการประชุมของชาวบ้าน โดยมีการลงมติเลือกแบบปรับปรุงการก่อสร้างแบบที่ 5 จากทั้งหมด 6 แบบ วันนั้นตนไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย แต่ส่วนตัวได้พูดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า สิ่งที่อยากให้มีก็คือ อยากให้เกิดเวทีนี้ตั้งแต่ต้นของโครงการแล้ว อยากให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นกันอย่างรอบด้าน มีนักวิชาการให้ข้อคิด มีประชาชนมาช่วยกันให้ข้อเสนอแนะ แต่สิ่งสำคัญที่จะต้องทำร่วมกันตั้งแต่ต้นในกระบวนการการทำโครงการของการพัฒนาแต่ละพื้นที่ ถึงแม้ว่าตัวกฎหมายจะไม่ได้ถูกกำหนดไว้ว่าใครบ้าง ยกเว้นกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้ว่าควรจะมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง จริงๆ แล้วคำว่าทั่วถึงจะต้องหมายรวมไปถึงคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ขณะที่กระบวนการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นแบบไม่มีกระบวนการพูดคุยกันรับฟังความคิดเห็น การใช้ข้อมูลความรู้และหลักวิชาการอย่างรอบด้านจะพัฒนาไปสู่ทิศทางใด

นายศิริวัฒน์กล่าวต่อว่า เรื่องการออกแบบไม่ใช่หน้าที่เรา ซึ่งไม่ได้มีหน้าที่ไปกำหนดว่าจะต้องเป็นแบบใด หน้าที่นี้ควรเป็นของคนที่มีความรู้ด้านนี้ และคนอัมพวาทุกคนมีหน้าที่ที่จะช่วยกันให้ข้อเสนอ แต่ประเด็นสำคัญเราเสนอแนะประเด็นการจัดเวทีประชาคมรับฟังความคิดเห็นรอบด้าน มีโอกาสเห็นข้อมูลรอบด้าน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นแบบใดบ้าง มีผลกระทบอะไรบ้าง จะมีสิ่งเกิดขึ้นอะไรบ้าง เราเสนอแนะไม่ใช่แค่ชูชัยบุรี แต่ได้เสนอแนะทุกกรณีไม่ว่าจะเป็นการทำโรงงานทอผ้า หรือที่อื่นๆจะมาตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ ควรมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งทางวิชาการ ผลกระทบที่เกิดขึ้น และผลประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่ สิ่งนี้คือสิ่งที่ประชาคมคนรักแม่กลองต้องการและอยากให้เกิดขึ้น สําหรับการก่อสร้างนั้นเมื่อทําไปแล้วก็ทําไป

ด้านนายวิสุทธิ์ ณ บางช้าง เลขานุการนายกเทศมนตรี ตำบลอัมพวา และคณะกรรมการผู้ริเริ่มตลาดอัมพวากล่าวว่า ความคิดเห็นการปรับปรุงการก่อสร้าง ทางโครงการยอมที่จะปรับปรุงทุกอย่าง ซึ่งเป็นความเห็นของคนส่วนใหญ่ ถ้าหากเขาทำเพียงแค่นี้ไม่คิดทำเพิ่มเติมโครงการอะไรต่อไปอีก ก็ไม่เสียหายเท่าไร ซึ่งสิ่งที่เสียหายได้เลยผ่านไปแล้วไม่เสียหายไปมากกว่านี้ แต่ถ้าหากจะทำตลาดน้ำแข่งแทนตลาดเก่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ มันน่ากลัวมาก ยังคาดเดาไม่ได้

“ผมเป็นห่วงมาก เพราะว่ากว่าจะสร้างมาใช้เวลานานกว่าจะมาถึงตรงนี้ได้ แต่จะมีคนมาชุบมือเปิบซึ่งมีตลาดตรงนี้แล้ว และจะย้ายไปอีกที่หนึ่ง เขามีเงินมากกว่าสามารถจะไปเนรมิตอะไรก็ได้ จึงรู้สึกเป็นห่วงความเป็นตลาดน้ำที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติมาก” นายวิสุทธิ์กล่าว

นางอัฉรา วงษ์สมิต ชาวอัมพวา ให้ความคิดเห็นว่า แบบที่ 5 จะเป็นแบบท้าย เท่าที่ดูการปลูกต้นไม้ที่บดบังหมด แต่วันข้างหน้าคิดอยู่คนเดียวว่า ถ้าเขาโชว์อย่างนี้ วันข้างหน้าถ้าเขาไม่ทำ เดี๋ยวคนก็จะลืมสิ่งที่มีต้นไม้ปกคลุม แบบที่ 5 ทั้งโครงสร้างตัวอาคารและวันนี้เขาโชว์ต้นไม้ เขาได้นำต้นไม้มาพลางแล้ว แต่วันข้างหน้าคนไม่ได้นึกถึงในสิ่งที่เขาจะดูแลต่อไป แต่หากวันข้างหน้าไม่มีต้นไม้ แต่จะมีตัวอาคารจะเป็นอย่างไร ขณะนี้กระแสแรงชาวบ้านก็ยกมือให้โครงการชูชัยไป

นางอัฉรากล่าวต่อว่า ในส่วนด้านตลาดถ้าเรามองด้านผู้ค้าจริงๆ ก็ไม่ต้องกลัวอะไร ตลาดอัมพวาน่าจะมีความยั่งยืนกว่านั้น คนที่โวยวายอาจจะมองเพียงด้านผลประโยชน์ ขณะที่โครงการมาถึงขั้นนี้แล้ว ส่วนตลาดของชูชัยบุรีน่าจะเป็นอีกตลาดหนึ่ง ลูกค้าของเขาน่าจะเป็นพรีเมี่ยม เป็นลูกค้าต่างประเทศและลูกค้านำเข้า ขณะที่คนอัมพวาจะมีลูกชิ้นปิ้ง มันทอด แล้วจะนำไปขายในตลาดของโครงการจะเหมาะสมกันหรือไม่ ชูชัยอาจจะให้ไปขาย แต่ถามว่าจะมีคนซื้อของเหล่านี้ไหม รออีกสักระยะหนึ่งแม่ค้าเหล่านี้ก็จะต้องตายไปเอง ทุกอย่างก็จะเป็นอาณาจักรของชูชัยบุรี แต่วันนี้กระแสแรงมาก ขณะนี้จะมีพีอาร์ (ประชาสัมพันธ์) ที่มาลดกระแสลงไป หากมีการขายอย่างที่มองดู คนที่จะเข้าไปขายน่าจะเป็นครกทองสากกะเบือฝังเพชรประมาณนี้ คนอัมพวาไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปขายเลยหากดูภาพนี้ วันนี้จึงอยากให้จบลงดี

ขอขอบพระคุณที่มาของข่าวที่นำมาประชาสัมพันธ์ : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1349927107&grpid=&catid=19&subcatid=1906

Google+

วันนี้ Blog AmphawaGuide.com มีข่าวคราวอัมพวา และความคืบหน้าของโครงการชูชัยบุรีมานำเสนอครับ เป็นข่าวที่น่ายินดีครับ ที่โครงการนี้มีทางออกที่มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายของชาวบ้าน และทางฝ่ายของคุณชูชัย เจ้าของโครงการ โดยมีเนื้อหาของรายละเอียดดังนี้ครับ

จากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวการรื้อถอนเรือนแถวไม้จำนวน 12 ห้อง เพื่อก่อสร้างโรงแรมหรูระดับห้าดาว “ชูชัยบุรี ศรีอัมพวา” ของนักธุรกิจค้าเพชรระดับพันล้าน ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ จนเกิดเสียงคันค้านจากชาวบ้านเพราะกรงจะกระทบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอัมพวาที่เคยมีมา

วันนี้ (2 ต.ค.) ที่ห้องประชุมสาธารณสุขเทศบาล ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีนายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ประชาชนใน ต.อัมพวา และใกล้เคียงมาร่วมแสดงความเห็นประมาณ 300 คน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ

ทั้งนี้นายชูชัย เจ้าของโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา ได้ชี้แจงแนวทางการปรับปรุงโครงการ โดยห้องแถวเรือนไม้ชายคลองอัมพวาทั้ง 12 ห้อง ที่เป็นปัญหาจะไม่รื้อ แต่จะปรับปรุงให้เหมือนเดิม ส่วนรูปแบบของอาคาร ได้นำเสนอ 6 รูปแบบให้คนในท้องถิ่นเลือก โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม แสดงความคิดเห็นซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโรงแรมแบบที่ 5 คือปรับแบบตัวอาคาร , ทรงหลังคาและปรับสีให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมในชุมชน และลดรายละเอียดความเป็นยุโรปให้น้อยลง

ภายหลังการประชุมประชาชนได้นำดอกกุหลาบมามอบให้นายชูชัย และมอบเสื้อเขียนคำว่า “อัมพวา” ให้นายชูชัย โดยนายชูชัยกล่าวว่าพร้อมทำทุกอย่างที่คนในท้องถิ่นต้องการ ตนรู้สึกดีใจที่ชาวบ้านอ้าแขนรับ และมั่นใจว่าโครงการนี้จะนำรายได้กลับมาสู่ชาวอัมพวา โดยจะมีเงินส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สังคมอย่างถาวร

หลังจากได้เห็นข่าวนี้แล้ว ทาง Blog AmphawaGuide.com ก็มองว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ทั้งสองฝ่ายที่หาทางออกได้ และเป็นทางออกที่มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย รวมทั้งเป็นการสร้างสิ่งที่ดีให้กับอัมพวา พื้นที่ที่ทุกๆคนรัก และอยากให้อัมพวาของเราเป็นพื้นที่ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม และแบบแผนของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายสืบไป
ขอขอบคุณที่มาของข่าวโดย : http://news.mthai.com/general-news/194519.html 

Google+

วันนี้ Blog Amphawaguide.com ขอนำเสนอข่าวจากไทยรัฐ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ได้นำเสนอเกี่ยวกับหัวข้อข่าว”โพงพางแม่กลองดิ้น ได้แค่ชะลอลมหายใจ” ซึ่งเป็นเรื่องราวของข่าวที่เป็นการหาทางออกของอาชีพโพงพางกัน โพงพาง เป็นเครื่องมือประมงที่ใช้อวนรูปถุง ปากอวนติดตั้งให้การรับสัตว์น้ำที่พัดตามกระแสน้ำเข้าถุงอวน  โดยเนื้อหาของข่าวมีดังนี้

ประมาณ 14.00 น. ณ อาคารรัฐสภา ห้อง 311 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดตัวแทนประมงพื้นบ้านจังหวัดสมุทรสงครามกว่า 30 คน เดินทางมาฟังคำชี้แจงกรมเจ้าท่าและกรมประมง  กรณีนางทัดทรวง พิกุลทอง ผู้แทนเครือข่ายประมงพื้นบ้านลุ่มน้ำแม่กลองส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เรื่องขอให้ตรวจสอบการดำเนินการยกเลิกการทำโพงพางในลำน้ำ จังหวัดสมุทรสงคราม
ดังนั้น คณะกรรมาธิการได้เชิญกรมประมงและกรมเจ้าท่าเข้ามาชี้แจงการกระทำดังกล่าว  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2555

นางทัดทรวง พิกุลทอง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 1 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้ภาพชีวิตชาวโพงพางว่า คนทำโพงพางส่วนใหญ่เป็นคนอายุมาก เด็กๆรุ่นใหม่ไม่มาทำกันแล้ว ถ้าเลิกอาชีพโพงพางจะให้คนอายุมากเข้าไปทำงานในโรงงานก็คงเป็นไปไม่ได้

ส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ต้องดูแลลูกหลาน และที่สำคัญถ้าจะเปลี่ยนอาชีพใหม่ ไหนจะต้องมีทุนและความชำนาญในการประกอบอาชีพใหม่ ดังนั้น การรื้อถอนเครื่องประกอบอาชีพอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ขอให้เข้าใจชาวบ้านบ้าง

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ทำหน้าที่เป็นประธานในการซักถาม เกริ่นว่า กรมประมงอาศัย พ.ร.บ.ประมง พ.ศ.2490 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2521 ให้รื้อถอนเครื่องมือประมงประเภทโพงพางในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม โดยลงกำหนดรื้อถอนเช้าวันที่ 26 กันยายนนี้ ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ คือ 1.ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน และ 2.กีดขวางเส้นทางน้ำ

“แต่ชาวบ้านเขามีสิทธิ์ได้รับคำชี้แจงแสดงเหตุผลจากทางการ และมีสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ควรได้รับรู้และได้รับการคุ้มครอง”

รองอธิบดีกรมประมงชี้แจงว่า  สาเหตุที่ต้องรื้อ เนื่องจากการกางโพงพางนั้นอยู่บริเวณปากแม่น้ำ สัตว์ที่จะลงไปผสมพันธุ์ถ้าไปดักเส้นทางไว้ก็จะเป็นการทำลายธรรมชาติ  และเครื่องมือโพงพางเป็นการทำลายพันธุ์สัตว์เป็นอันดับต้นๆมากกว่าอวนรุน อวนลาก เพราะว่าปลาไปวางไข่ไม่ได้ ปริมาณปลาก็จะค่อยๆลดลงไป

“บริเวณที่โพงพางตั้งอยู่เหมือนป่าต้นน้ำ” เจ้าหน้าที่จากกรมประมงเสริม

นางกานดา พาเจริญ ตัวแทนประมงขอความคิดเห็นว่า  เรื่องการรื้อถอนที่จะเกิดขึ้นขอความเห็นใจและพอจะช่วยประชาชนที่ประกอบอาชีพมาตั้งแต่บรรพบุรุษได้อย่างไรบ้าง

กรรมาธิการแสดงความเห็นว่า น่าจะมีวิธีการ เป็นต้นว่า การทำประมงอย่างยั่งยืน ดังนั้น น่าจะมีการศึกษาแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการ ชาวบ้าน เพื่อหาทางออกและการลดทำลายได้หรือไม่ แค่ไหน และอย่างไร

สุรจิตตั้งคำถามว่า ทำไมจังหวัดระยองจึงกำหนดให้รื้อโพงพางถึง 90 วันได้  แต่จังหวัดสมุทรสงครามมีเพียง 30 วันเท่านั้น  เจ้าหน้าที่กรมประมงชี้แจงว่า เป็นเรื่องของจังหวัดระยองเป็นผู้กำหนดเอง ทางกรมประมงไม่ทราบ และแจ้งด้วยว่าในเดือนกันยายนจะต้องรื้อโพงพางในจังหวัดต่างๆ เช่น ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช และสมุทรสงคราม

กรรมาธิการจึงเสนอแนวคิดว่า เนื่องจากสาเหตุรื้อถอนทางประมงอ้างมา 2 สาเหตุ คือ 1.กีดขวางเส้นทางสัญจรทางน้ำ และ 2.ทำลายพันธุ์ปลา ประเด็นที่ต้องพิจารณาตรวจสอบคือ ที่ว่ากีดขวางการสัญจรทางน้ำนั้น ไม่ใช่โพงพางทุกปากจะกีดขวางทางน้ำเสมอไป เพราะลำน้ำบางสายไม่มีเรือสัญจรไปมาและการกั้นโพงพางก็ไม่ได้กั้นทั้งคลองจนเรือไม่สามารถเดินได้

ประเด็นที่ 2 เรื่องทำลายพันธุ์ปลานั้น น่าจะพิจารณากันที่ตาของอวนว่าถี่ห่างอย่างไร ถ้าถี่เกินไปก็กำหนดให้เป็นตาห่างกว่าเดิมได้ เพื่อชาวบ้านจะได้ประกอบอาชีพต่อไปได้

 ทั้ง 2 ประการ แม้จะดูขัดกับกฎหมายที่ออกเมื่อ พ.ศ.2521 แต่ต้องไม่ลืมว่าเป็นกฎหมายที่ออกมานานแล้ว ยุคสมัยเปลี่ยนไป และที่สำคัญกฎหมายฉบับเดียวกันแต่ลักษณะพื้นที่ที่แตกต่างกันก็ไม่น่าจะใช้ครอบคลุมได้ทั้งหมด

กรณีการรื้อถอนโพงพาง “ผมไม่เห็นด้วยที่จะใช้กฎหมายฉบับเดียวใช้ไปทั่วประเทศ และจริงๆแล้วในเชิงวิชาการอวนลากน่าจะเป็นปัญหามากกว่าโพงพางด้วยซ้ำ ดังนั้น การออกกฎหมายและการใช้กฎหมายต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงด้วย” กรรมาธิการบอก

หลังการรับฟังเสียงชาวบ้านและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองอธิบดีกรมประมง นายเชิดศักดิ์ วงษ์กมลชุณห์ ขอรับข้อเรียกร้องไปเสนอยังอธิบดีกรมประมงและรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ เพื่อพิจารณาต่อไป

แต่นายมานพ แจ้งกิจ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการด้าน การประมง  หนึ่งในคณะผู้เข้ามาชี้แจงบอกว่า  ตนไม่อาจห้ามหน่วยรื้อถอนได้ ตามกำหนดการรื้อถอนประมงในพื้นที่แม่กลองนั้น คือ 05.00 น. ของวันที่ 26 และถ้าไม่ทำก็ไม่ทราบจะตอบคำถามกับชาวเพชรบุรีอย่างไร  เพราะได้รื้อในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีไปแล้ว

กรรมาธิการแจกแจงว่า  เมื่อตัวแทนของอธิบดีกรมประมงรับข้อร้องเรียนไปแล้ว ก็ควรเป็นไปตามนั้น เพราะอำนาจการตัดสินใจเต็มอยู่ที่ท่านรองอธิบดี แม้จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างชาวบ้านผู้ร้อง เรียน และผู้ถือกฎหมายคือเจ้าหน้าที่ของกรมประมงเล็กน้อย  แต่สถานการณ์ก็จบลงด้วยดี

เช้าวันที่ 26 กันยายน เมื่อสอบถามชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพโพงพางเรื่องการรื้อถอน นางกานดา พาเจริญ บอกว่าไม่มีการเข้ารื้อถอนจากเจ้าหน้าที่กรมประมงแต่อย่างไร

สำหรับการดิ้นต่อไปของผู้ประกอบอาชีพโพงพางคือ “เรายื่นร้องคุ้มครองสิทธิ์ไว้ก่อน  คำสั่งจะเป็นอย่างไรไม่รู้  แต่ทางประมงยืนยันว่าอย่างไรเขาก็จะถอน ตอนนี้ชาวบ้านคิดกันว่า ถ้าเขามารื้อถอนก็จะเอาไปกองบนถนนพระรามสอง  เพราะไม่มีที่กองและเราก็ขอผ่อนผันไปแล้ว แต่ทำเหมือนเราเป็นโจร” กานดาบอก

พลางกระซิบว่า ไม่รู้ทางจังหวัดจะให้เลิกโพงพางซึ่งเป็นอาชีพที่ดูแลน้ำ  เพื่อไปทำอุตสาหกรรมสะอาดตามนโยบายจังหวัด แต่ทำลายน้ำหรือไม่

ที่มาของข่าว และสามารถชมข่าวพร้อมรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่  :  http://www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/294127

 

Google+