อัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา และที่พักอัมพวา พร้อมด้วยนานาสาระมากมายกับ AmphawaGuide.com™
  • facebook

วันนี้Blog อัมพวาไกด์ดอทคอม ขอนำมาเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ของจังหวัดสมุทรสงครามครับ เป็นข่าวที่เกี่ยวกับทางจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประจำปี 2556 ซึ่งเป็นข่าวที่ดีสำหรับนักเรียนที่สวดมนต์เป็นประจำทุกสัปดาห์ ผมจำได้ว่า สมัยที่ผมยังเป็นเด็กได้มีโอกาสสวดมนต์สรภัญญะเป็นประจำทุกสัปดาห์ ในวันศุกร์ โดยในวันนั้นจะเรียกกันว่ามีการสวดมนต์ยาว ซึ่งสมัยเด็กๆอาจจุรุ้สึกว่า อาจจะเป็นสิ่งที่น่าเบื่อไปสักหน่อย แต่เมื่อโตขึ้นก็ได้รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ดี และมีโอกาสน้อยมากที่จะได้มีโอกาสทำในเมื่อเราเจริญเติบโต หรือเป็นผู้ใหญ่ เล่าสู่กันฟังครับ  มาต่อกันที่รายละเอียดของข่าวกันดีกว่าครับ โดยเนื้อหาของข่าวมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ

นางสาวจิรารัตน์ สุนทรอาคเนย์ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับแจ้งจากสำนักงานวัฒนธรรม จ.สมุทรสงคราม ว่า กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรมจะดำเนินการประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญ พระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะ ประจำปี 2556 เพื่อส่งเสริมนักเรียนและครูในโรงเรียน ได้สวดมนต์ไหว้พระทั้งโรงเรียน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน และสนับสนุนให้โรงเรียนได้จัดให้มีการสวดมนต์หมู่ฯ ทั้งโรงเรียน พร้อมทั้งคัดเลือกนักเรียนเข้าประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัยทำนองสรภัญญะ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในพิธีสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวันวิสาขบูชา ประจำปี 2556

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนสถานศึกษาเข้าร่วมประกวดสวดมนต์หมู่สรรเสริญพระรัตนตรัย ทำนองสรภัญญะระดับจังหวัด โดยส่งใบสมัครพร้อมภาพถ่ายการสวดมนต์ทั้งสถานศึกษา จำนวน 2 ภาพ ให้จังหวัดภายในวันที่ 1 พ.ย.2555 สำหรับ วันเวลา และสถานที่การจัดประกวดระดับจังหวัด จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง สอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ชั้น 5 โทรศัพท์ 0-3471-8138 โทรสาร 0-3471-8348 ในวันและเวลาราชการ

ได้เห็นรายละเอียดกันแล้วนะครับ หากโรงเรียนใด หรือหากสนใจสามารถติดต่อตาามรายละเอียดของข่าวได้เลยครับ

ขอขอบพระคุณเนื้อหาของข่าวโดย : http://www.naewna.com/local/25166

 

Google+

วันนี้ Blog AmphawaGuide.com มีข่าวคราวอัมพวา และความคืบหน้าของโครงการชูชัยบุรีมานำเสนอครับ เป็นข่าวที่น่ายินดีครับ ที่โครงการนี้มีทางออกที่มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายของชาวบ้าน และทางฝ่ายของคุณชูชัย เจ้าของโครงการ โดยมีเนื้อหาของรายละเอียดดังนี้ครับ

จากที่ก่อนหน้านี้มีข่าวการรื้อถอนเรือนแถวไม้จำนวน 12 ห้อง เพื่อก่อสร้างโรงแรมหรูระดับห้าดาว “ชูชัยบุรี ศรีอัมพวา” ของนักธุรกิจค้าเพชรระดับพันล้าน ชูชัย ชัยฤทธิเลิศ จนเกิดเสียงคันค้านจากชาวบ้านเพราะกรงจะกระทบวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชาวอัมพวาที่เคยมีมา

วันนี้ (2 ต.ค.) ที่ห้องประชุมสาธารณสุขเทศบาล ต.อัมพวา อ.อัมพวา จ.สมุทรสงครามได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยมีนายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ ประชาชนใน ต.อัมพวา และใกล้เคียงมาร่วมแสดงความเห็นประมาณ 300 คน รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิต่างๆ

ทั้งนี้นายชูชัย เจ้าของโครงการชูชัยบุรีศรีอัมพวา ได้ชี้แจงแนวทางการปรับปรุงโครงการ โดยห้องแถวเรือนไม้ชายคลองอัมพวาทั้ง 12 ห้อง ที่เป็นปัญหาจะไม่รื้อ แต่จะปรับปรุงให้เหมือนเดิม ส่วนรูปแบบของอาคาร ได้นำเสนอ 6 รูปแบบให้คนในท้องถิ่นเลือก โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม แสดงความคิดเห็นซึ่งส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการก่อสร้างโรงแรมแบบที่ 5 คือปรับแบบตัวอาคาร , ทรงหลังคาและปรับสีให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมในชุมชน และลดรายละเอียดความเป็นยุโรปให้น้อยลง

ภายหลังการประชุมประชาชนได้นำดอกกุหลาบมามอบให้นายชูชัย และมอบเสื้อเขียนคำว่า “อัมพวา” ให้นายชูชัย โดยนายชูชัยกล่าวว่าพร้อมทำทุกอย่างที่คนในท้องถิ่นต้องการ ตนรู้สึกดีใจที่ชาวบ้านอ้าแขนรับ และมั่นใจว่าโครงการนี้จะนำรายได้กลับมาสู่ชาวอัมพวา โดยจะมีเงินส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์สังคมอย่างถาวร

หลังจากได้เห็นข่าวนี้แล้ว ทาง Blog AmphawaGuide.com ก็มองว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ทั้งสองฝ่ายที่หาทางออกได้ และเป็นทางออกที่มีความสุขกันทั้งสองฝ่าย รวมทั้งเป็นการสร้างสิ่งที่ดีให้กับอัมพวา พื้นที่ที่ทุกๆคนรัก และอยากให้อัมพวาของเราเป็นพื้นที่ที่ยังคงไว้ซึ่งวัฒนธรรม และแบบแผนของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายสืบไป
ขอขอบคุณที่มาของข่าวโดย : http://news.mthai.com/general-news/194519.html 

Google+

“แม่กลอง”รณรงค์ใช้กระดาษมันในการห่อปลาทูนึ่ง

ปลาทูแม่กลอง รสชาดอร่อยหวานมัน

ปลาทูแม่กลอง โดยส่วนมากพ่อค้า และแม่ค้า จะห่อหุ้มด้วยกระดาษหลายประเภท แต่ที่เป็นอันตรายจะเป็นการที่ห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์

ปลาทูแม่กลอง ใครได้ยินชื่อนี้ คงเป็นการการันตีความอร่อยของปลาทูจากแม่กลองถิ่นนี้แน่นอนครับ ผู้อ่านเคยสังเกตหรือไม่ครับเวลาเราซื้อปลาทูแม่กลองกลับไปทานที่บ้านเราได้สังเกตบ้างหรือไม่ครับ ว่าทางพ่อค้าแม่ค้า เค้าได้ห่อปลาทูที่เราซื้อกลับบ้านด้วยอะไร ด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือใบตอง หรือกล่องโฟม

ล่าสุด ผมได้อ่านหนังสือพิมพ์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการรณรงค์การใช้กระดาษมันใช้สำหรับการห่อปลาทู โดยทางนายสุวัฒน์ กิตติดิลกกุล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสงคราม เปิดเผยว่า ได้นำเจ้าหน้าที่สาธารณสุขออกเก็บตัวอย่างปลาทูนึ่งตามร้านค้าริมถนนบายพาสเลี่ยงเมืองและในตลาดแม่กลอง จำนวน 20 ร้านค้า ที่ห่ออาหารด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์และใบตอง ส่งให้ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 4 สมุทรสงคราม ตรวจวัดปริมาณสารตะกั่ว ทั้งนี้ จากผลศึกษาเมื่อปี 2545 พบว่า อาหารบรรจุในถุงกระดาษหนังสือพิมพ์นาน 1 ชั่วโมง จะมีสารตะกั่วเฉลี่ย 0.52 มิลลิกรัมต่อขนมหนัก 1 กิโลกรัม เนื่องจากขนมประเภททอดจะมีน้ำมันมาก จึงเป็นสารละลายตะกั่วจากหมึกพิมพ์ได้ดีเช่นเดียวกับปลาทูนึ่งที่มีน้ำเปียกชุ่มอยู่ตลอดเวลา สสจ.สมุทรสงครามจะสนับสนุนและมอบป้าย “ปลาทูนึ่งแม่กลองปลอดภัยใส่ใจผู้บริโภค” ให้ร้านค้าที่ใช้กระดาษมันเพื่อสร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัยให้ผู้บริโภคมั่นใจ

ดังนั้นเราจึงมั่นใจแล้วว่า ปลาทูที่เราซื้อมาจากตลาดแม่กลองนั้นไม่มีสารตะกั่วมาเจือปนกับปลาทูแม่กลองที่เราซื้อกัน หรือว่าหากใครเจอร้านค้าร้านไหนเอากระดาษหนังสือพิมพ์มาห่อปลาทูแม่กลองขาย ก็ช่วยๆกันเตือนนะครับ ว่าการใช้กระดาษหนังสือพิมพ์มาห่อมันมีอันตรายอย่างไร และเราควรหาอะไรมาห่อทดแทน เพื่อเราจะได้ทานปลาทูแม่กลองกันอย่างปลอดภัย และรสชาดอร่อยกันอย่างนี้เรื่อยไป

ขอขอบคุณที่มาของข่าวโดย http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaVoyc3dNekkwTURrMU5RPT0=&sectionid=TURNek1nPT0=&day=TWpBeE1pMHdPUzB5TkE9PQ==

 

 

Google+

วันนี้ Blog Amphawaguide.com ขอนำเสนอข่าวจากไทยรัฐ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2555 ที่ผ่านมา ได้นำเสนอเกี่ยวกับหัวข้อข่าว”โพงพางแม่กลองดิ้น ได้แค่ชะลอลมหายใจ” ซึ่งเป็นเรื่องราวของข่าวที่เป็นการหาทางออกของอาชีพโพงพางกัน โพงพาง เป็นเครื่องมือประมงที่ใช้อวนรูปถุง ปากอวนติดตั้งให้การรับสัตว์น้ำที่พัดตามกระแสน้ำเข้าถุงอวน  โดยเนื้อหาของข่าวมีดังนี้

ประมาณ 14.00 น. ณ อาคารรัฐสภา ห้อง 311 บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดตัวแทนประมงพื้นบ้านจังหวัดสมุทรสงครามกว่า 30 คน เดินทางมาฟังคำชี้แจงกรมเจ้าท่าและกรมประมง  กรณีนางทัดทรวง พิกุลทอง ผู้แทนเครือข่ายประมงพื้นบ้านลุ่มน้ำแม่กลองส่งหนังสือถึงคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เรื่องขอให้ตรวจสอบการดำเนินการยกเลิกการทำโพงพางในลำน้ำ จังหวัดสมุทรสงคราม
ดังนั้น คณะกรรมาธิการได้เชิญกรมประมงและกรมเจ้าท่าเข้ามาชี้แจงการกระทำดังกล่าว  เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 กันยายน พ.ศ.2555

นางทัดทรวง พิกุลทอง อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ 1 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ให้ภาพชีวิตชาวโพงพางว่า คนทำโพงพางส่วนใหญ่เป็นคนอายุมาก เด็กๆรุ่นใหม่ไม่มาทำกันแล้ว ถ้าเลิกอาชีพโพงพางจะให้คนอายุมากเข้าไปทำงานในโรงงานก็คงเป็นไปไม่ได้

ส่วนหนึ่งเป็นผู้สูงอายุที่ต้องดูแลลูกหลาน และที่สำคัญถ้าจะเปลี่ยนอาชีพใหม่ ไหนจะต้องมีทุนและความชำนาญในการประกอบอาชีพใหม่ ดังนั้น การรื้อถอนเครื่องประกอบอาชีพอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน ขอให้เข้าใจชาวบ้านบ้าง

นายสุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม ทำหน้าที่เป็นประธานในการซักถาม เกริ่นว่า กรมประมงอาศัย พ.ร.บ.ประมง พ.ศ.2490 และประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2521 ให้รื้อถอนเครื่องมือประมงประเภทโพงพางในเขตจังหวัดสมุทรสงคราม โดยลงกำหนดรื้อถอนเช้าวันที่ 26 กันยายนนี้ ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ คือ 1.ทำลายพันธุ์สัตว์น้ำวัยอ่อน และ 2.กีดขวางเส้นทางน้ำ

“แต่ชาวบ้านเขามีสิทธิ์ได้รับคำชี้แจงแสดงเหตุผลจากทางการ และมีสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ที่ควรได้รับรู้และได้รับการคุ้มครอง”

รองอธิบดีกรมประมงชี้แจงว่า  สาเหตุที่ต้องรื้อ เนื่องจากการกางโพงพางนั้นอยู่บริเวณปากแม่น้ำ สัตว์ที่จะลงไปผสมพันธุ์ถ้าไปดักเส้นทางไว้ก็จะเป็นการทำลายธรรมชาติ  และเครื่องมือโพงพางเป็นการทำลายพันธุ์สัตว์เป็นอันดับต้นๆมากกว่าอวนรุน อวนลาก เพราะว่าปลาไปวางไข่ไม่ได้ ปริมาณปลาก็จะค่อยๆลดลงไป

“บริเวณที่โพงพางตั้งอยู่เหมือนป่าต้นน้ำ” เจ้าหน้าที่จากกรมประมงเสริม

นางกานดา พาเจริญ ตัวแทนประมงขอความคิดเห็นว่า  เรื่องการรื้อถอนที่จะเกิดขึ้นขอความเห็นใจและพอจะช่วยประชาชนที่ประกอบอาชีพมาตั้งแต่บรรพบุรุษได้อย่างไรบ้าง

กรรมาธิการแสดงความเห็นว่า น่าจะมีวิธีการ เป็นต้นว่า การทำประมงอย่างยั่งยืน ดังนั้น น่าจะมีการศึกษาแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักวิชาการ ชาวบ้าน เพื่อหาทางออกและการลดทำลายได้หรือไม่ แค่ไหน และอย่างไร

สุรจิตตั้งคำถามว่า ทำไมจังหวัดระยองจึงกำหนดให้รื้อโพงพางถึง 90 วันได้  แต่จังหวัดสมุทรสงครามมีเพียง 30 วันเท่านั้น  เจ้าหน้าที่กรมประมงชี้แจงว่า เป็นเรื่องของจังหวัดระยองเป็นผู้กำหนดเอง ทางกรมประมงไม่ทราบ และแจ้งด้วยว่าในเดือนกันยายนจะต้องรื้อโพงพางในจังหวัดต่างๆ เช่น ตรัง สตูล นครศรีธรรมราช และสมุทรสงคราม

กรรมาธิการจึงเสนอแนวคิดว่า เนื่องจากสาเหตุรื้อถอนทางประมงอ้างมา 2 สาเหตุ คือ 1.กีดขวางเส้นทางสัญจรทางน้ำ และ 2.ทำลายพันธุ์ปลา ประเด็นที่ต้องพิจารณาตรวจสอบคือ ที่ว่ากีดขวางการสัญจรทางน้ำนั้น ไม่ใช่โพงพางทุกปากจะกีดขวางทางน้ำเสมอไป เพราะลำน้ำบางสายไม่มีเรือสัญจรไปมาและการกั้นโพงพางก็ไม่ได้กั้นทั้งคลองจนเรือไม่สามารถเดินได้

ประเด็นที่ 2 เรื่องทำลายพันธุ์ปลานั้น น่าจะพิจารณากันที่ตาของอวนว่าถี่ห่างอย่างไร ถ้าถี่เกินไปก็กำหนดให้เป็นตาห่างกว่าเดิมได้ เพื่อชาวบ้านจะได้ประกอบอาชีพต่อไปได้

 ทั้ง 2 ประการ แม้จะดูขัดกับกฎหมายที่ออกเมื่อ พ.ศ.2521 แต่ต้องไม่ลืมว่าเป็นกฎหมายที่ออกมานานแล้ว ยุคสมัยเปลี่ยนไป และที่สำคัญกฎหมายฉบับเดียวกันแต่ลักษณะพื้นที่ที่แตกต่างกันก็ไม่น่าจะใช้ครอบคลุมได้ทั้งหมด

กรณีการรื้อถอนโพงพาง “ผมไม่เห็นด้วยที่จะใช้กฎหมายฉบับเดียวใช้ไปทั่วประเทศ และจริงๆแล้วในเชิงวิชาการอวนลากน่าจะเป็นปัญหามากกว่าโพงพางด้วยซ้ำ ดังนั้น การออกกฎหมายและการใช้กฎหมายต้องประกอบด้วยข้อเท็จจริงด้วย” กรรมาธิการบอก

หลังการรับฟังเสียงชาวบ้านและข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รองอธิบดีกรมประมง นายเชิดศักดิ์ วงษ์กมลชุณห์ ขอรับข้อเรียกร้องไปเสนอยังอธิบดีกรมประมงและรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรฯ เพื่อพิจารณาต่อไป

แต่นายมานพ แจ้งกิจ ผู้อำนวยการสำนักบริหารจัดการด้าน การประมง  หนึ่งในคณะผู้เข้ามาชี้แจงบอกว่า  ตนไม่อาจห้ามหน่วยรื้อถอนได้ ตามกำหนดการรื้อถอนประมงในพื้นที่แม่กลองนั้น คือ 05.00 น. ของวันที่ 26 และถ้าไม่ทำก็ไม่ทราบจะตอบคำถามกับชาวเพชรบุรีอย่างไร  เพราะได้รื้อในเขตพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีไปแล้ว

กรรมาธิการแจกแจงว่า  เมื่อตัวแทนของอธิบดีกรมประมงรับข้อร้องเรียนไปแล้ว ก็ควรเป็นไปตามนั้น เพราะอำนาจการตัดสินใจเต็มอยู่ที่ท่านรองอธิบดี แม้จะเกิดปฏิกิริยาระหว่างชาวบ้านผู้ร้อง เรียน และผู้ถือกฎหมายคือเจ้าหน้าที่ของกรมประมงเล็กน้อย  แต่สถานการณ์ก็จบลงด้วยดี

เช้าวันที่ 26 กันยายน เมื่อสอบถามชาวบ้านผู้ประกอบอาชีพโพงพางเรื่องการรื้อถอน นางกานดา พาเจริญ บอกว่าไม่มีการเข้ารื้อถอนจากเจ้าหน้าที่กรมประมงแต่อย่างไร

สำหรับการดิ้นต่อไปของผู้ประกอบอาชีพโพงพางคือ “เรายื่นร้องคุ้มครองสิทธิ์ไว้ก่อน  คำสั่งจะเป็นอย่างไรไม่รู้  แต่ทางประมงยืนยันว่าอย่างไรเขาก็จะถอน ตอนนี้ชาวบ้านคิดกันว่า ถ้าเขามารื้อถอนก็จะเอาไปกองบนถนนพระรามสอง  เพราะไม่มีที่กองและเราก็ขอผ่อนผันไปแล้ว แต่ทำเหมือนเราเป็นโจร” กานดาบอก

พลางกระซิบว่า ไม่รู้ทางจังหวัดจะให้เลิกโพงพางซึ่งเป็นอาชีพที่ดูแลน้ำ  เพื่อไปทำอุตสาหกรรมสะอาดตามนโยบายจังหวัด แต่ทำลายน้ำหรือไม่

ที่มาของข่าว และสามารถชมข่าวพร้อมรูปภาพเพิ่มเติมได้ที่  :  http://www.thairath.co.th/column/pol/page1scoop/294127

 

Google+

“อัมพวาหาย”

วันนี้ Blog AmphawaGuide.com มีงานประชาสัมพันธ์มานำเสนอให้กับท่านผู้อ่านที่สนใจจะมาท่องเที่ยวอัมพวา ในบรรยากาศแบบธรรมชาติที่ยังหลงเหลืออยู่ในปัจจุบันวันนี้ กับงานนิทรรศการศิลปะที่ชื่อว่า”อัมพวาหาย” หากฟังดูจากชื่อแล้วอาจจะเกิดข้อสงสัยกับชื่อที่เป็นคำถามว่าอัมพวา ในวันนี้ยังคงความงดงามอยู่หรือไม่ หากงดงาม งดงามอย่างไร ยังมีมนต์เสน่ห์คงเดิมหรือไม่ ส่วนอัมพวาหาย มีอะไรหายไปจากอัมพวา หรืออัมพวาของคนไทยกำลังจะหายไป ซึ่งงานนี้ได้จัดขึ้นในวันที่  15-23 กันยายน 2555 นี้ ณ ลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม โดยงานนิทรรศการนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการพูดคุยแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็น เกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดน้ำอัมพวา ให้เป็นบทเรียนหรือข้อเสนอแนะแก่สังคมวงกว้างในด้านการปกป้องแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ การพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาปกป้องรักษาท้องถิ่น

ภาพประชาสัมพันธ์งานอัมพวาหาย และงานโอ อัมพวา นี่หนางามจริง...หรือ?

ภาพโปสเตอร์การประชาสัมพันธ์งานโอ อัมพวา นี่หนางามจรง…หรือ? และงานนิทรรศการภาพถ่าย”อัมพวาหาย”

 

ที่มา : http://www.facebook.com/PrachakhmKhnRakMaeKlxng

อย่าลืมนะครับ มาเที่ยวกัน และมาชมนิทรรศการภาพถ่ายสวยๆ และแวะมาเที่ยวที่ตลาดน้ำอัมพวากันต่อ และมาตามหาคำตอบกันครับ กับที่เค้าว่า”อัมพวาหาย” มีอะไรหายไปจากอัมพวา และอัมพวาหายไปไหน แต่ Blog AmphawaGuide.com เชื่อว่า “อัมพวา”ไม่สามารถเลือนหายไปจากชาวบ้าน2 ริมฝั่งคลองอัมพวาไปอย่างแน่นอนครับ

สามารถพบกับข่าวสารอัมพวา และเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับอัมพวาได้ที่ Blog แห่งนี้ครับ

Google+