อัมพวา ตลาดน้ำอัมพวา และที่พักอัมพวา พร้อมด้วยนานาสาระมากมายกับ AmphawaGuide.com™
  • facebook

กิจกรรมอบรมมัคคุเทศก์น้อยประจำโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์

วันนี้ Blog อัมพวาไกด์มีข่าวของกิจกรรมดีดีมาถ่ายทอดให้กับทางผู้อ่านได้ชมกันครับ เมื่อวัน 16-18 ตุลาคม 2555 ที่ผ่านมา ที่โครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ได้มีหารจัดอบรมมัคคุเทก์น้อยประจำโครงการอัมพวาชัยพัฒนานุรักษ์ โดยกิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นมาเพื่อให้เยาวชนได้รู้ที่มาของท้องถิ่นที่ตนเองอาศัยอยุ รู้จักวัฒนธรรม และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นของตน โดยกิจกรรมนี้ได้มีนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆในจังหวัดสมุทรสงคราม จำนวน 39 คนได้มาเข้าร่วมเป็นการสานต่อจากโครงการที่โครงการชัยพัฒนานุรักษ์ ได้จัดกิจกรรมการอบรมสานในมะพร้าว หรือทางมะพร้าวให้กับครูโรงเรียนต่างๆที่ผ่านมา นอกจากกิจกรรมอบรมมัคคุเทศก์น้อยนี้ได้ให้นักเรียนได้รู้จักประวัติที่มาของชุมชนแล้ว ยังประกอบไปด้วยการพานักเรียนไปเดินศีกษาเส้่นทางการท่องเที่ยวบริเวณริมคลองอัมพวา ไม่ว่าจะเป็นบ้านขุนนิกร, ร้านสวรรค์โอสถ 2, โรงเจฯ, บ้านบุปผารีสอร์ท, ร้านเฮงกี่, ร้านสมานการค้า, และอีกหลากหลายร้าน ปิดท้ายด้วยการให้น้องๆมัคคุเทศก์มาเล่าเรื่องราว และความรู้สึกจากการได้เดินลงพื้นที่เยี่ยมชมท้องถิ่นและร่วมถ่ายรูปที่ระลึกกัยวิทยากร

ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว :  www.chaipat.or.th

Google+

โครงการชูชัยอัมพวายังไม่ทำอีไอเอ

หลายๆคนที่ยังติดตามข่าวคราวความคืบหน้าของชูชัยบุรีศรีอัมพวา ว่าเป็นอย่างไรบ้างไปถึงไหนแล้ว วันนี้ Blog อัมพวาไกด์มีความคืบหน้าของโครงการนี้มาให้ทราบกันครับว่ามีความคืบหน้าอย่างไรแล้ว โดยมีเนื้อหาเกีี่ยวกับการทำอีไอเอ

การประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) เกษตรและสหกรณ์วุฒิสภาที่มีนาย บุญส่ง โควาวิสารัช ส.ว.แม่ฮ่องสอนเป็นประธานพิจารณาเรื่อง โครงการก่อสร้างโรงแรมชูชัยบุรีศรีอัมพวา ของนายชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของธุรกิจค้าอัญมณี ซึ่งมีปัญหาการก่อสร้างที่มีชาวบ้านและกลุ่มนักอนุรักษ์ในพื้นคัดค้านไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้าง

น.ส.ภัทรพร อภิชิต บรรณาธิการนิตยสารมนต์รักแม่กลอง ในฐานะตัวแทนประชาคมคนรักแม่กลอง กล่าวว่า พื้นที่แห่งนี้มีวัฒธรรมความเป็นอยู่ที่เป็นเอกลักษณ์ในตัวของอำเภออัมพวาไม่ควรที่ภาคเอกชนจะเข้ามาประกอบกิจการอสังหาริมทรัพย์ที่นำความเจริญเข้ามา เพราะจะทำให้เสน่ห์ของอัมพวานั้นหายไป

ด้าน นายสวัสดิ์ กิจจามัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสงคราม ให้ข้อมูลว่า โครงการก่อสร้างโรงแรมชูชัยบุรีศรีอัมพวานี้ยังไม่ได้หน่วยงานทางราชการลงไปสำรวจและศึกษาว่าจะมีผลกระทบต่อทรัพยากรโดยรอบหรือไม่ โดยเฉพาะการทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)จากสำนักทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสมุทรสงคราม เช่นเดียวกับไม่ได้มีการติดต่อจากทางเทศบาลตำบลอัมพวาเพื่อยื่นเรื่องที่จะให้องค์กรเข้าไปตรวจสอบ ดังนั้น เมื่อมีปัญหานี้ซึ่งทางองค์กรก็ต้องหันกลับมาดูกันว่าโครงการนี้มีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติโดยรอบอัมพวามากน้อยเพียงไร

ขณะที่ นายชูชัย ผู้ลงทุนและเจ้าของโครงการก่อสร้างโรงแรมชูชัยบุรีศรีอัมพวา กล่าวว่า ต้องการเข้าไปพื้นฟูพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบเพื่อให้ชาวบ้านมีการกระจายสินค้าและรายได้ที่เพิ่มขึ้น และพร้อมรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในชุมชนว่าต้องการจะให้ก่อสร้างแบบใดเพื่อไม่ให้กระทบต่อทรัพยากรและวัฒนธรรมชุมชน

อย่างไรก็ตามนาย บุญส่ง โควาวิสารัช กล่าวว่า ยังมีเรื่องที่หลายเรื่องที่ฝ่ายต่างๆจะต้องลงไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมถึงผลกระทบที่เกี่ยวข้องต่อทรัพยากรธรรมชาติและชุมชน รวมไปถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างความเจริญที่จะเข้ามากับวิถีชีวิตของคนในชุมชนแบบเดิม แต่ถ้าไม่ได้ข้อสรุปก็คงต้องนำเรื่องเข้าสู่ชั้นในชั้นศาล

 ขอขอบพระคุณที่มาของข่าว : http://www.posttoday.com

Google+

ในวันลอยกระทงที่กำลังจะมาถึงของปีนี้ ขอแนะนำสถานที่ที่ลอยกระทงที่น่าสนใจกันดีกว่า หากในปีที่ผ่านมา หลายๆคนคงเคยได้ข่าวกับที่อัมพวามาบ้างว่ามีการลอยกระทงกาบกล้วย แล้วมีภาพที่สวยงามเพียงใด หลายๆคนคงเคยได้ชมกันมาแล้ว ส่วนในปีนี้หากหลายๆคนที่พลาดกับการได้ลอยกระทงกาบกล้วยของปีที่แล้ว สามารถมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลอยกระทงกาบกล้ยนับแสนกันที่อุทยาน ร.2 ดีกว่าครับ

งานลอยกระทงปีนี้่จะตรงกับวันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่อุทยาน ร.2 ใกล้กับตลาดอัมพวา โดยงานนี้จะจัดขึ้นติดต่อกันเป็นหลายปี มีนักท่องเที่ยวมากมายเข้าชมงาน เพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลอยกระทงกาบกล้วยนับแสนใบ นอกจากจะลอยกระทงกาบกล้วยแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆอีกมากมายที่อุทยานร.2 เช่น การร่วมรำวงย้อนยุคแบบโบราณ, การร่วมลีลาศรำวงกับวงสุนทราภรณ์ วงใหญ่, การแสดงโขน ยุวศิลปิน จากอุทยาน ร.2, การแสดงการละเล่นของเด็ก, การแสดงหุ่นสาย, ร่วมทอดผ้าป่าทางน้ำ และมหรสพต่างๆอีกมากมายภายในงาน

หากใครยังหาสถานที่ลอยกระทงในบรรยากาศแบบไทยๆ ในวันลอยกระทงปีนี้ ลองไปเที่ยวที่อัมพวา อุทยาน ร.2 นะครับ เพื่อที่จะสัมผัสกับบรรยากาศการลอยกระทงกาบกล้วย หรือลอยกระทงสายที่หาดูได้ยากมากในสมัยนี้ และหากได้รูปสวยๆอย่างไรอย่าลืมเอามาแชร์กัน แบ่งปันกันดูรูปสวยๆนะครับ

Google+

ผมคิดว่าหลายๆคนที่เคยมาเที่ยวแม่กลอง หรือเคยกินปลาทูแม่กลอง น่าจะติดใจในรสชาดที่แสนอร่อย รสหวาน เนื้อนุ่มของปลาทูแม่กลอง วันนี้ blog อัมพวาไกด์มีข่าวประชาสัมพันธ์ เกี่ยวกับงานเทศกาลกินปลาทูแม่กลองมาฝากครับ โดยงานเทศกาลกินปลาทูแม่กลองนี้ จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 15 แล้วครับ โดยแต่ละครั้งก็จะมีชื่อตอนของแต่ละปี โดยในปีนี้ได้จัดขึ้นมา โดยใช้ชื่ตอนว่า”ตามหาอ่าว ก. ไก่” ดูจากชื่อตอนแล้วน่าติดตามมากครับว่า ตามหาอ่าว ก. ไก่ ตามหาอ่าว ก. ไก่นี้เป็นอย่างไรน่าติดตามมากครับ

ส่วนในงานจะจัดขึ้นในวันที่ 14-23 ธันวาคม 2555 ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่สวนสุขภาพที่คนสมุทรสงครามรู้จักกันนั่นเองครับ งานนี้จะประกอบด้่วยนานาเมนูอาหารสารพัดที่ทำมาจากปลาทูแม่กลอง พร้อมด้วยลานกิจกรรมต่างๆมากมาย, ของที่ระลึกในงาน, ภาพถ่ายนิทรรศการต่างๆมากมาย

หากใครสนใจเที่ยวงานเทศกาลกินปลาทูของปีนี้ อย่าลืมหาเวลาไปเที่ยวกันนะครับ รับรองว่าได้ทั้งอาหารเมนูจากปลาทูแสนอร่อย และกิจกรรมต่างๆมากมายที่หน้าศาลากลา่งจังหวัดสมุทรสงครามนะครับ

Google+

ขอเชืญร่วมตักบาตรพระ 299 รูป โดยเรือพาย ที่ตลาดน้ำท่าคา

ขอประชาสัมพันธ์เชิญชวนร่วมทำบุญกันครับ โดยงานนี้เป็นการทำบุญตักบาตรพระ 299 รูป ณ ตลาดน้ำท่าคา  ในวันอาทิตย์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2555  เวลา 07.00 น. – 08.30 น. สถานที่จัดงาน ที่ตลาดน้ำท่าคา ต. ท่าคา อ. อัมพวา จ. สมุทรสงคราม โดยอาหารที่ทางประชาชนตักบาตรพระ 299 รูป จะนำไปช่วยเหลือพระ 323 วัด ในเขตจังหวัด 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และอีกส่วนหนึ่งจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งแผ่นดิน งานนี้จัดขึ้นโดย  ศูนย์กัลยาณมิตรสมุทรสงคราม ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าคา

กำหนดการ
07.00 น.     คณะสงฆ์มาถึงพื้นที่ สาธุชนพร้อมในพื้นที่
07.20 น.     ประธานฆราวาสเปิดงาน/จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย/ตัวแทนนำกล่าวแสดงนำเป็นพุทธมามกะ
07.40 น.     คณะสงฆ์รับบาตร
08.30 น.     เสร็จสิ้นพิธี

หากผู้อ่านสนใจจะร่วมทำบุญ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 082-3642356, 087-4157282, 088-2277730

สามารถดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : http://news.dmc.tv/ข่าวด่วน/ข่าวประชาสัมพันธ์/ตักบาตรสมุทรสงคราม-พระ-299-รูป-ณ-ตลาดน้ำท่าคา.html

 

Google+

วันนี้ Blog อัมพวาไกด์ดอทคอม มีข่าวเรื่องราว และสถานที่จัดงานขายของถูกมาให้ได้รับทราบกัน โดยในวันนี้ 5 ตุลาคม 2555 รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม นายอุทาร พิชญาภรณ์ เป็นประธานในการเปิดงาน งานมหกรรมธงฟ้าลดค่าครองชีพ ไทยช่วยไทยกันได้ที่บริเวณวัดภุมรินทร์กุฏีทอง  ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม งานนี้จัดขึ้นโดย สำนักงานการค้าภายในจังหวัดสมุทรสงคราม  โดยได้นำสินค้าอุปโภค บริโภคที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีคุณภาพดี ราคาถูก มาจัดจำหน่ายให้ประชาชน โดยตรง เพื่อเป็นการลดต้นทุนค่าครองชีพประจำวัน และค่าใช้จ่ายในครัวเรือนให้กับชาวบ้าน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระที่ภาครัฐได้ช่วยเหลือประชาชนอีกทางหนึ่ง หากใครอยู่บริเวณใกล้เคียงก็สามารถไปที่งาน เพื่อจับจ่ายใช้สอยสินค้าราคาถูกที่งานธงฟ้าได้เลยครับ

Google+

 

วันนี้ผมได้เห็นรูปถ่ายจาก Instagram ของเพื่อนที่ได้ไปขายของที่ตลาดอัมพวา โดยเพื่อนผมได้โพสลงมาว่า “อัมพวาน้ำท่วมเบยยย

ซึ่งผมได้ลองสำเกตดูจากรูปเห็นได้ว่าน้ำจากคลองอัมพวา ได้เอ่อล้นขึ้นมา แต่ยังไม่ท่วมดี แค่น่าจะอยู่ระดับเดียวกับพื้นของตลาดอัมพวามากกว่า สาเหตุน่าจะมาจากปริมาณของน้ำฝนที่ตกลงมาใสช่วงบ่ายมากกว่า และผมจึงเริ่มสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของน้ำในคลองของอัมพวาจากแม่น้ำแม่กลองจะเป็นอย่างไรบ้างจนกระทั่งมาพบกับข่าวประชาสัมพันธ์สมุทรสงคราม ซึ่งมีเนื้อหาคือ

สถานการณ์น้ำจากเขื่อนแม่กลองผู้ที่อยู่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลอง ชลประทานสมุทรสงครามนายสุรพล เขม้นนามัด ผู้อำนวยการโครงการชลประทานสมุทรสงคราม กล่าวว่าแนวโน้มสถานการณ์น้ำของจังหวัดสมุทรสงครามจากการที่ทางเขื่อนศรีนครินทร์ผ่านเขื่อนท่าทุ่งนาและเขื่อนวชิราลงกรณ มีบริมาณรวมกัน440ม/วินาที แต่ในช่วงนี้มีฝนตกมากปริมาณน้ำฝนมากประกอบกับมีปริมาณน้ำจากลำภาชี อ.สวนผึ่งจ.ราชบุรีและปริมาณน้ำจากแม่น้ำลำพะเพินจ.กาญจนบุรี ไหลมารวมกันจึงทำให้มีปริมาณน้ำสะสมก่อนที่จะใหลเข้าสู่เขื่อนแม่กลองในปริมาณมากกว่า 600ม./วินาที เขื่อนแม่กลองควบคุมการระบายน้ำท้ายเขื่อนลงแม่น้ำแม่กลองให้มีปริมาณน้ำในช่วง600-800 ม/วินาที ในช่วงนี้ อาจจะมีน้ำมากตามร่องสวนประกอบกับเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงจึงมีน้ำสูงเป็นบางช่วงไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2555ในช่วง 03.00-05.00น และช่วงเวลา15.00-18.00น กลุ่มผู้ที่ใช้น้ำตำบลแพรกหนามแดงที่มีผู้ที่ใช้ทั้งน้ำจืดทำนาและน้ำเค็มประกอบอาชีพเลี้ยงปลาสลิตได้มีการเฝ้าระวังการเปิดบานระบายน้ำทุกแห่งเพื่อพร่องน้ำในช่วงที่มีน้ำทะเลลงและจะไม่ให้มีผลกระทบต่อพื้นที่ของชุมชนน้ำจืดและชุมชนน้ำเค็ม อย่างไรก็ตามทางชลประทานขอให้ส่วนราชการส่วนท้องถิ่นช่วยดูแลวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำตามบริเวณหน้าประตูระบายน้ำให้ช่วยกันกำจัดออกไปเพื่อน้ำจะได้ใหลได้สะดวกมากยิ่งขึ้นและขอให้ผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำแม่กลองที่มีพื้นที่ต่ำเก็บของขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัยและเสียหายต่อทรัพสินของทานติดต่อสอบถามสถานการณ์น้ำได้ที่เบอร์ 08194-74646,08487-46219

เห็นข่าวประชาสัมพันธ์นี้แล้วยังไงก็ต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ของปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้นกันด้วยนะครับ

ขอขอบพระคุณที่มาของข่าวประชาสัมพันธ์ : http://pr.prd.go.th/samutsongkhram/ewt_news.php?nid=1930&filename=index

 

Google+

หลายๆคนตอนนี้ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่า Social มาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปแล้ว วันนี้ Blog อัมพวาไกด์มีอีกช่องทางมาแนะนำครับ โดยตอนนี้ AmphawaGuide ได้มาเพิ่มเติมอีกที่หนึ่งบนรูปแบบของ Instagram คราวนี้เพื่อนสามารถพบกับ รูปภาพ การ Update แบบสดๆร้อนๆ ถ่ายในสถานที่จริง ที่พัีกอัมพวา โฮมสเตย์อัมพวา รีสอร์ทอัมพวาโดยไปถ่ายจากอัมพวาสถานที่จริงสดๆร้อนๆ มาชมกันในภาพตัวอย่างกันดีกว่าครับ

ลองดู และติดตามกันนะครับ อาจจะมีทั้งรูปที่สวยบ้าง และไม่สวยบ้างก็จะพยายาม Update ให้ได้ชมกันนะครับ แล้วติดตามกันได้นะครับกับ Instagram ของ AmphawaGuide หรือใครไม่ได้ใช้ SmartPhone ก็ติดตามกันได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์โดยเข้าใช้งานได้ที่ http://web.stagram.com/n/amphawaguide   ครับ

แล้วพบกันครับ

Google+

ผมเชื่อว่า หลายๆคนก็ต้องรักบ้านเกิดของตน ช่วงเมื่อวานผมได้อ่านบทความหนึ่งแล้วค่อนข้างประทับใจ ซึ่งเป็นบทความที่มีชื่อว่า”ผืนดินแห่งรักคนแม่กลอง” โดยเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของแม่กลอง และอัมพวา โดยมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ดังนี้ครับ

“แม่กลอง” วันนี้กับความเปลี่ยนแปลงในนามของ “การพัฒนา” เรียกร้องความร่วมมือจากคนแม่กลอง เพื่อรับมือความท้าทายใหม่ที่ก้าวเข้ามา

แม่กลอง” เป็นย่านทำประมงสำคัญมาตั้งแต่อดีต มีคนเชื้อสายจีนเข้ามาตั้งถิ่นฐานจนกลายเป็นชุมชนใหญ่เรียกว่า “เมืองแม่กลอง” มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น จนกลายเป็นย่านการค้าขายของทะเลแห้ง มีเส้นทางติดต่อผ่านคลองสุนัขหอนตัดเข้าคลองมหาชัยทางธนบุรี รวมทั้งตัดเข้าแม่น้ำเจ้าพระยาได้

แม่กลองเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีตะกอนดินจากลุ่มน้ำตอนบนมาสะสม จนทำให้พื้นที่มีธาตุอาหารสูง ทั้งในบริเวณที่เป็นน้ำกร่อยและน้ำจืด ขณะที่พื้นที่ย่านสวนมีการไหลเวียนของน้ำที่ขึ้นลง เหมาะแก่การทำสวนยกร่อง ทำให้ถูกบุกเบิกกลายเป็นหนึ่งในย่านเรือกสวนสำคัญบนพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สวนแถบอัมพวาที่ต่อเนื่องไปถึงย่านบางคนที ในเอกสารและชื่อเรียกเดิมแต่โบราณเรียกย่านนี้ว่า “บางช้าง” และ “บางช้างสวนนอก” เข้าคู่กับ “บางกอกสวนใน”

กระทั่งเปลี่ยนสู่ “จังหวัดสมุทรสงคราม” ยังคงมีประชากรไม่มากนัก และคงความเป็นเรือกสวนตามธรรมชาติได้มากกว่าพื้นที่อื่น ก่อนจะถูกแปลงสภาพแวดล้อมกลายเป็นบ้านเรือนและเมืองในเวลาต่อมา จนกระทั่งในระยะเวลาราวสิบปีที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดสมุทรสงครามเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลกระทบจากพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่เรือกสวนและระบบนิเวศแบบผสมผสานที่เปลี่ยนไป

ขณะที่ความนิยมทางการท่องเที่ยวในพื้นที่แม่กลอง ก็เปลี่ยนไปจากการท่องเที่ยวทางนิเวศวัฒนธรรมไปสู่การท่องเที่ยวเชิงปริมาณมากขึ้น ทุนต่างถิ่นที่เข้ามาพร้อมกระแสการท่องเที่ยว ทำให้เกิดการเปลี่ยนมือถือครองที่ดินไปสู่คนนอก “ตลาดอัมพวา” ตลาดน้ำยามเช้าตรู่ตามวิถีเดิมของชาวบ้านตั้งแต่เมื่อ 50-60 ปีก่อน กลายเป็นตลาดน้ำยามเย็นจนถึงค่ำ เพื่อตอบสนองนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในวันหยุดราชการ โดยเฉพาะกระแสการนั่งเรือชมหิ่งห้อยกลายเป็นสิ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างถิ่นที่ประมาณกันว่า มีจำนวนราว 5 แสนคนต่อปี*

วิถีชีวิตที่มั่งคั่งในความเรียบง่ายของแม่กลองกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว…รวดเร็วเกินไป

อดีตอันมั่งคั่งแของ”แม่กลอง

แม้จะถือกำเนิดเกิดกายที่เมืองสุพรรณ แต่ย้ายมาปักหลักอยู่ที่แม่กลองตั้งแต่ 9 ขวบจนถึงวัย 62 ปีในวันนี้ สุรจิต ชิรเวทย์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดสมุทรสงคราม นับตัวเองเป็น “คนแม่กลอง” เต็มขั้น เช่นเดียวกับที่รับบทบาทแกนนำจัดตั้ง “ประชาคมคนรักแม่กลอง”

สว.แม่กลองอธิบายว่า แม่กลองเป็นเมือง 3 น้ำ คือน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ถ้าไล่เรียงการใช้พื้นที่ตั้งแต่ชายทะเลเข้ามาหาฝั่งจะเป็นพื้นที่ปลูกป่าโกงกาง เพื่อเผาถ่าน หากินทางทะเล ทำประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ถัดจากแนวนั้นไปก็จะนาเกลือ ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของภูมิปัญญาในวัฒนธรรมอาหาร เพราะไม่ว่าจะเป็นการดองผักดองปลา ทำปลาเค็มน้ำปลากะปิต้องใช้เกลือสมุทรเท่านั้น

ถัดจากแนวน้ำเค็มมาก็เป็นแนวน้ำกร่อย คือ พื้นที่ทำสวนมะพร้าว ถัดจากแนวสวนมะพร้าวไป ก็จะเป็นผลไม้ที่อยู่น้ำกร่อยได้คือ ส้มโอ ถัดจากแนวนี้ไปอีกก็จะเป็นบ่อปลา นาข้าว สวนผัก และ “สวนเตียน” ปลูกพริก หอม กระเทียม ใบยาจืด สวนผลไม้ไม่ว่าจะเป็นมังคุด มะไฟ ลำไย ลิ้นจี่ ทุเรียน ชมพู่มะเหมี่ยม ชมพู่สาแหรก ฯลฯ สวนผสมและวิถีการยังชีพที่พึ่งพิงธรรมชาติคือส่วนผสมของความยั่งยืนและมั่นคง

” สมัยผมเด็กๆ ประมาณ 11 โมงเช้า เรานั่งเรือไปนี่จะหอมทั้งเมือง เพราะทำน้ำตาลมะพร้าวทุกบ้าน เป็นอาชีพที่สุดแสนจะมั่นคงเลย เพราะผลผลิตมันแน่นอนและได้ทุกวัน ปีนึงทำได้ 8-9 เดือน แต่ก่อนเราจะเรียนแค่จบการศึกษาภาคบังคับคือป.6-ป.7 แล้วก็จะออกมาทำสวนกัน ทำสวนคุณมีที่ประมาณ 3 ไร่หรือ 3 ไร่ครึ่ง ปลูกมะพร้าวได้ 70-80 ต้นต่อสวน ซึ่งจะพอดีกับแรงงานในครอบครัว แต่ละวันจะได้น้ำตาลใส 8 ปี๊บ เคี่ยวเป็นน้ำตาลแห้งได้ 1 ปี๊บ…”

…ราวๆ ปีพ.ศ.2517 – 2521 สมัยนั้นผมจบปริญญาตรีได้เงินเดือน 1,340 บาท มาทำงานธนาคารได้ 1,745 บาทบวกเงินช่วยครองชีพ 300 ก็คือสองพันกว่าบาท แต่ชาวสวนจบป.7 ขายน้ำตาลได้ปี๊บละ 150 บาท ทุกวันได้เงินวันละ 150 บาทก็คือเดือนละ 4,500 บาท คิดดูสิมันแสนจะมั่นคง ผมทำแบงค์กรุงไทยที่แม่กลองเป็นสาขาที่เล็กที่สุดในประเทศไทย แต่เป็นสาขาที่มีเงินฝากครบพันล้านบาทเป็นสาขาที่สองในย่านนี้ นี่คือความมั่งคั่งที่แท้จริงของสมุทรสงคราม ข้างบนเป็นสวน ข้างล่างเป็นนาเกลือ นากุ้ง ประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ เป็นเมืองที่มั่งคั่งจนเป็นเมืองที่เสียภาษีต่อหัวเป็นอันดับสองของประเทศรองจากกทม. ณ ตอนนั้น” สว.สมุทรปราการ ย้อนอดีตอันมั่งคั่งของแม่กลอง

ในนามของ “การพัฒนา”

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแม่กลองเริ่มจาก “การพัฒนา” ที่หนีห่างจากวิถีชีวิตที่มั่งคั่งในความพอเพียง สุรจิต มองว่า การสร้างเขื่อนศรีนครินทร์คือจุดเปลี่ยนแรก

“ตอนสร้างเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนะ ต้องเก็บน้ำเข้าอ่างอยู่ 3 ปี สวนมะพร้าวแช่น้ำเค็ม 3 ปียืนก็ยืนต้นตาย ตรงนี้เป็นจุดเปลี่ยนวิธีคิดทางวัฒนธรรมของคนแม่กลองเลย เพราะการเป็นชาวสวนกลายเป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง พอไม่มั่นคงก็เลยต้องส่งลูกเรียนสูงๆ วิถีการทำมาหากินเปลี่ยนไป แถมพอเรียนสูงความสมถะ ความอดทนก็น้อยลง”

จุดเปลี่ยนครั้งที่สอง คือเมื่อเกิด “ตลาดน้ำยามเย็น” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว มีการใช้พื้นที่ถนนมาจัดสรรเป็นร้านค้า เอาทางเดินเท้ามาวางของขาย แบบไร้ระบบโดยไม่มีกติกาสังคมรองรับ กระแสเงินไหลแรงปั่นราคาค่าเช่าที่ดินและร้านรวงสูงขึ้นจากเดือนละ 8,000 บาท กลายเป็น 10,000 – 20,000 บาทต่อเดือนแลกกับการค้าขายช่วงสุดสัปดาห์ 3 วัน สุดท้ายคนในถิ่นก็ถูกเบียดออก หลีกทางให้กับ “คนนอก” ที่ทุนหนากว่ามาใช้พื้นที่

 หมายเหตุ : ข้อมูลบางส่วนจากการเสวนา “คนค่อนศตวรรษ : แม่กลองวิวัฒน์หรือท้องถิ่นวิบัติ” ที่วัดเกตการาม จังหวัดสมุทรสงคราม จัดโดยมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์
* ข้อมูลจากมูลนิธิเล็ก-ประไพ วิริยะพันธุ์

 ขอขอบพระคุณที่มาของบทความ : http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/lifestyle/20121010/473557/ผืนดินแห่งรักคนแม่กลอง.html

 

Google+

ขอแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวจังหวัดสมุทรสงคราม เพราะช่วงนี้มีข่าวคราวถึงจังหวัดสมุทรสงคราม และแม่กลองค่อนข้างเยอะ จึงขอนำมาเผยแพร่อีกครับ ช่วงนี้เข้าใกล้เทศกาลของการกินเจ เพื่อเป็นการเสริมบุญ เว้นจากการเบียดเบียนซึ่งกันและกันครับ  โดยตอนนี้ทางจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ร่วมจัดงานประเพณีเทศกาลถือศีลกินเจ โดยจัดที่โรงเจเม่งกั๊กเซี่ยงตั๊ว มูลนิธิสว่างเบญจธรรม ประจำปี 2555 เป็นประเพณีเก่าแก่สืบทอดติดต่อกันมายาวนานของชาวจีน และคนไทยเชื้อสายจีน ที่ร่วมกันมาทำบุญถือศีลกินเจไม่เบียดเบียนสัตว์ งดทานอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ทุกชนิด ซึ่งได้จัดให้มีพิธีสวดสรรเสริญพระพุทธคุณ ถวายข้าวพระก่งฮุก สวดมนต์เดินธูป พิธีสะเดาะเคราะห์ และพิธีลุยไฟ จากคณะม้าทรงจังหวัดภูเก็ต ท่ามกลางประชาชนที่มาร่วมในพิธีจำนวนมาก

หากใครสนใจที่จะเข้าร่วมเทศกาลกินเจประจำปีนี้ที่จังหวัดสมุทรสงคราม สามารถไปได้ที่โรงเจเม่งกั๊กเซี่ยงตั๊ว มูลนิธิสว่างเบญจธรรมได้เลยครับ

ขอขอบพระคุณที่มาของข่าวนี้โดย : http://news.ch7.com/detail/9262/เทศกาลกินเจสมุทรสงคราม%20เริ่มแล้ว%20.html

 

 

Google+